Datograph Perpetual

A.LANGE&SÖHNE นำเสนอสองกลไกที่ซับซ้อนที่สุด ในวงการนาฬิกาที่มีความแม่นยำสูง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของนาฬิการุ่น Datograph พร้อมการผลิตแบบจำนวนจำกัดเพียง 50 เรือน พร้อมความพิเศษเฉพาะตัวด้วยวัสดุคุณภาพเยี่ยม เช่น เพชรที่ประดับบนหน้าปัด และสายนาฬิกาที่ผลิตจากวัสดุแพลตทินัม จากการเปิดตัวครั้งแรกในปี 2006 ในฐานะนาฬิกาข้อมือเรือนแรกของแบรนด์ ที่ผสานรวมฟังก์ชั่นโครโนกราฟ และชุดกลไกแบบเพอเพทชวลคาเลนดาร์ ที่มาพร้อมกับชุดแสดงวันที่ขนาดใหญ่

 

Screenshot 2569 10 29 at 23.49.35

 

จาก 20 ปีหลังจากการเปิดตัว ทางแบรนด์ก็มีการเปิดตัว นาฬิการุ่นใหม่ในตัวเรือนแพลททินัม ที่ตอกย้ำเสน่ห์เหนือกาลเวลาของนาฬิกา ในรูปแบบเยอร์มันคลาสสิค พร้อมความโดดเด่นด้วยหน้าปัดสีดำ และประดับด้วยเพชรทรงบาแกตต์ 11 เม็ดเป็นเครื่องหมายบอกเวลา ซึ่งเป็นการตีความแนวคิดเหนือกาลเวลา ในรูปแบบที่แตกต่างและไม่เหมือนใคร โดยเพชรเหล่านี้ได้รับการประดับด้วยมือ อย่างประณีตและสมบูรณ์แบบ เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความล้ำค่าของเวลา ตามแบบฉบับของ A.LANGE&SÖHNE อย่างเด่นชัด

 

 

จากฟังก์ชั่นโครโนกราฟ ที่ได้รับการออกแบบตามแบบฉบับของแบรนด์ โดยใช้กลไกแบบคอลัมน์วีลในแบบคลาสสิค ซึ่งช่วยให้การควบคุมการวัดช่วงเวลาสั้นๆ เป็นไปอย่างแม่นยำและเชื่อถือได้ พร้อมเข็มจับเวลานาทีแบบกระโดด (Jumping Minute Counter) ที่ช่วยให้สามารถอ่านค่าจำนวนนาที ที่ผ่านไปได้อย่างชัดเจนและไม่มีข้อสงสัย ในขณะที่ฟังก์ชั่นฟลายแบ็ก (Flyback) สามารถช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถหยุดการวัดเวลา ที่กำลังดำเนินอยู่และเริ่มการวัดครั้งใหม่ ได้ในทันทีด้วยการกดปุ่มข้างตัวเรือนเพียงครั้งเดียว

 

Screenshot 2569 10 29 at 23.49.46

 

ในขณะที่ฟังก์ชั่นโครโนกราฟ สามารถวัดเวลาด้วยความละเอียด ได้ถึงหนึ่งในห้าของวินาทีสำหรับเหตุการณ์ในปัจจุบัน และกลไกเพอเพทชวลคาเลนดาร์ จะมอบความแม่นยำเชิงกล ที่ครอบคลุมไปถึงอนาคตอันยาวไกล โดยถูกตั้งโปรแกรมให้แสดงวันที่ วันในสัปดาห์ และเดือนได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ถึงระดับหลายทศวรรษ และสามารถจดจำได้ว่าปีใดเป็นปีอธิกสุรทิน (Leap Year) ยกเว้นเพียงวันที่ 1 มีนาคม 2100 ซึ่งเป็นปีที่ไม่มีวันอธิกสุรทิน ตามกฎของปฏิทินเกรโกเรียน และผู้ใช้จำเป็นต้องปรับตั้งค่าการแสดงผล

 

Screenshot 2569 10 29 at 23.50.11

 

นอกจากนี้ ฟังก์ชั่นการแสดงค่าข้างขึ้นข้างแรม ก็ยังมีความแม่นยำในระยะยาวเช่นเดียวกัน โดยหากทำงานอย่างต่อเนื่องตลอดเวลา ค่าที่แสดงจะคลาดเคลื่อนจากรอบข้างขึ้นข้างแรมจริง เพียงหนึ่งวันเท่านั้นในระยะเวลา 122.6 ปี โดยกลไกอันชาญฉลาดของนาฬิกาเรือนนี้ จะมาพร้อมกับการใช้งานที่ง่ายดาย ซึ่งสามารถปรับตั้งค่าทั้งหมด รวมถึงการแสดงค่าข้างขึ้นข้างแรม ไปพร้อมกันได้ผ่านปุ่มกด สำหรับการปรับตั้งค่าแบบรวดเร็ว (Rapid-Correction Pusher) ที่ตำแหน่ง 10 นาฬิกา ซึ่งนอกจากนี้แล้ว

 

Screenshot 2569 10 29 at 23.50.39

 

ยังสามารถปรับตั้งค่าแยกส่วนกันได้ ผ่านปุ่มปรับแบบฝังที่อยู่ตามจุดต่างๆ บนตัวเรือน โดยมีกลไกนิรภัยอันซับซ้อน คอยป้องกันไม่ให้มีการกดปุ่มปรับตั้งค่าแบบรวดเร็วโดยไม่ได้ตั้งใจ ซึ่งกลไกอันซับซ้อนทั้งสองชุดนี้ จะทำงานประสานกันอย่างแม่นยำ ควบคู่ไปกับการออกแบบหน้าปัดที่ลงตัว ซึ่งช่วยให้จัดวางการแสดงผลข้อมูลต่างๆ เป็นไปอย่างเป็นระเบียบ ทำให้สามารถอ่านค่าแต่ละส่วนได้อย่างชัดเจน โดยมีหน้าต่างแสดงวันที่ขนาดใหญ่ (Outsize Date) อันเป็นเอกลักษณ์ของ A.LANGE&SÖHNE

 

Screenshot 2569 10 29 at 23.50.51

 

อยู่ในกรอบที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ซึ่งเปรียบเสมือนจุดยอดของรูปสามเหลี่ยมด้านเท่า ส่วนหน้าปัดย่อยที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา ซึ่งประกอบด้วยเข็มวินาทีขนาดเล็ก (Small Seconds) การแสดงวันในสัปดาห์ และตัวบ่งชี้กลางวัน/กลางคืน รวมถึงหน้าปัดย่อยที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา ซึ่งแสดงเดือน ปีอธิกสุรทิน และเข็มจับเวลาแบบกระโดด ของฟังก์ชั่นโครโนกราฟนั้น ต่างถูกจัดวางไว้ใต้แกนกลางแนวนอนของหน้าปัด ซึ่งเปรียบเสมือนฐานของรูปสามเหลี่ยมดังกล่าว เพื่อให้เกิดความงดงามในแบบคลาสสิคอย่างสมบูรณ์แบบ

 

Screenshot 2569 10 29 at 23.48.55