Overseas Perpetual Calendar Ultra-Thin Azure Dial
กับนาฬิกาวัสดุไวท์โกลด์ ที่ช่วยเสริมเสน่ห์อันน่าหลงใหล ของสีหน้าปัดสีฟ้าอะซูร์ (Azure)ใหม่ พร้อมการทำงานของกลไกเพอเพทชวลคาเลนดาร์อินเฮ้าส์คาลิเบอร์ 1120 QP/1 ที่เป็นหนึ่งในชุดกลไกที่มีความบางที่สุด ซึ่งบรรจุอยู่ในตัวเรือนที่บางเป็นพิเศษเพียง 8.1 มิลลิเมตร กับคอลเลคชั่น Overseas จาก VACHERON CONSTANTIN ที่เปิดตัวในปี 1996พร้อมการนำเสนอนาฬิการุ่นใหม่ๆ เพิ่มเข้ามาในคอลเลคชั่นอย่างต่อเนื่อง โดยออกแบบมาเพื่อสะท้อนจิตวิญญาณ แห่งการเดินทางและการสำรวจ

และเพื่อการฉลองครบรอบ 30 ปีของคอลเลคชั่นนี้ VACHERON CONSTANTIN ได้เปิดตัวนาฬิการุ่น Overseas Perpetual Calendar Ultra-thin ด้วยหน้าปัดสีใหม่ในตัวเรือนไวท์โกลด์ ซึ่งเป็นการผสมผสานที่ยังไม่เคยมีมาก่อน โดยผลิตในแบบลิมิเต็ดเอดิชั่นจำนวน 200 เรือน โดยมาพร้อมสายนาฬิกาสามชุด ที่สามารถถอดเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ ในนาฬิกา Overseas ที่เป็นผู้สืบทอดที่สมศักดิ์ศรีของนาฬิการุ่น 222 ในตำนาน โดยรุ่นหลังที่เปิดตัวในปี 1977 และรุ่น Chronomètre Royal ในปี 1975

ได้บุกเบิกสไตล์สปอร์ตชิคของ VACHERON CONSTANTIN โดยการออกแบบคอลเลคชั่นOverseas จะโดดเด่นด้วยขอบตัวเรือน อันเป็นเอกลักษณ์ที่ยึดด้วยสกรูว์ กับตัวเรือนแบบบางที่ถูกรังสรรค์ขึ้น เพื่อเชื้อเชิญให้ผู้สวมใส่ออกเดินทางไปทุกหนแห่ง จากการผสมผสานความประณีตและฟังก์ชันที่ใช้งานได้จริง พร้อมด้วยความอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์วิถีชีวิตสมัยใหม่ จนในปี 2004 ที่ VACHERON CONSTANTIN ได้เปิดตัวนาฬิกาOverseas รุ่นที่สอง ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน

ด้วยการออกแบบที่ดูโดดเด่นและสปอร์ตยิ่งขึ้น พร้อมสายนาฬิกาแบบอินทริเกรด และข้อสายที่ชวนให้นึกถึงมอลทิสครอส ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ VACHERON CONSTANTIV โดยรุ่นที่สองนี้นำมาซึ่งการเปิดตัวนาฬิการุ่นต่างๆ ที่มาพร้อมกลไกแบบคอมพลิเคชั่น รวมถึงแบบที่ประดับอัญมณีด้วย จนในปี 2016 ที่แบรนด์ได้เปิดตัวนาฬิการุ่นที่สาม ซึ่งเป็นรุ่นล่าสุดในปัจจุบัน ที่มาพร้อมกับกลไกใหม่ที่ออกแบบมา โดยเฉพาะสำหรับคอลเลคชั่นนี้ ได้แก่กลไกโครโนกราฟ, กลไกโซนเวลาคู่ (Dual time)

รวมทั้งกลไกแสดงเวลาโลก (World Time) พร้อมยังคงรักษาคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณ์ และสร้างความสำเร็จให้กับคอลเลคชั่นนี้ได้ อย่างขอบตัวเรือนแบบหยักและสายนาฬิกาแบบอินทริเกรด พร้อมพัฒนาการออกแบบให้มีความลงตัวมากยิ่งขึ้น ซึ่งอีกหนึ่งนวัตกรรมสำคัญ คือระบบการถอดเปลี่ยนสายนาฬิกาอย่างรวดเร็ว (Quick-Change Strap System) ที่ออกแบบมาโดยคำนึง ถึงความสะดวกสบายในการสวมใส่ และความหลากหลายในการใช้งาน ซึ่งช่วยให้สามารถปรับสไตล์ให้เหมาะกับทุกโอกาส

ซึ่งในปัจจุบันนาฬิกา Overseas จะมาพร้อมชุดสายนาฬิกา ที่สามารถถอดเปลี่ยนได้ โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ โดยจะมาพร้อมสายนาฬิกาสามแบบ ได้แก่ สายโลหะ สายหนัง และสายยาง ดังนั้นนับตั้งแต่ปี 2016 นาฬิกาคอลเลคชั่นนี้จึงได้ถูกต่อยอด จนมีตัวเลือกที่หลากหลาย ตั้งแต่รุ่นที่มีฟังก์ชั่นบอกเวลาอย่างเรียบง่าย ไปจนถึงแบบคอมพลิเคชั่น ที่มีความซับซ้อนที่สุดในการรังสรรค์นาฬิกา รวมไปถึงรุ่นที่มีกลไกแบบสเกเลตัน ที่มีการเพิ่มตัวเรือนที่ผลิตจากไทเทเนียมและแพลททินัม นอกเหนือจากตัวเรือนสตีล

หรือสตีลกับทองคำ ซึ่งเป็นวัสดุตัวเรือนในแบบดั้งเดิมของคอลเลคชั่นนี้มาตั้งแต่ปี 1996 จนกระทั่งถึงรุ่นแนแบบหน้าปัดสีฟ้าอะซูร์ (Azure) เฉดใหม่ซึ่งเป็นผลจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิด ระหว่างนักออกแบบและผู้ผลิตหน้าปัดของ VACHERON CONSTANTIN ซึ่งสีน้ำเงินเข้มได้กลายเป็นเอกลักษณ์ ที่ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็วในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบผลงานของแบรนด์ ที่มาพร้อมความโดดเด่นด้วยมิติทางสายตา ที่เกิดจากการผสมผสานกัน ระหว่างเฉดสีในแบบเมทัลลิกและการเคลือบวานิชในหลายชั้น

พร้อมการเน้นย้ำด้วยความกลมกลืน ของช่องแสดงผลต่างๆ บนหน้าปัด โดยเฉพาะแผ่นหมุนที่แสดงค่าข้างขึ้นข้างแรม ที่มีเฉดสีฟ้าที่เข้ากันพร้อมการแสดงผลปฏิทิน และมาร์กเกอร์บอกชั่วโมงที่ถูกรังสรรค์ขึ้น ให้ตัดกับหน้าปัดอย่างประณีตเพื่อช่วยเพิ่ม ระดับความชัดเจนในการอ่านเวลา พร้อมทั้งรักษาความสมดุลของความงดงามโดยรวม ซึ่งนอกจากนี้ยังมีชุดล็อค ที่มีระบบปรับขนาดแบบไมโคร (A Micro-Adjustment System) และเสริมด้วยสายยางตกแต่งลวดลายสองเส้น เส้นหนึ่งสีขาวและอีกเส้นเป็นสีเดนิม



