Fifty Tourbillon Micro-Rotor 39 mm.

ตลอดระยะเวลา 235 ปี GIRARD-PERREGAUX ได้พัฒนาแนวทางและเอกลักษณ์ ในการผลิตนาฬิกาที่สืบทอด ผ่านกาลเวลาจากรุ่นสู่รุ่น ที่บางส่วนได้กลายเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญทางเทคนิค ขณะที่บางส่วนพัฒนาขึ้นจนกลายเป็นเอกลักษณ์ ในปัจจุบันอันโดดเด่นของแบรนด์ และทั้งหมดนี้ยังคงเป็นหัวใจสำคัญ ของแบรนด์มาจนถึงปัจจุบัน อย่างที่เห็นได้จากในปี 2025 ที่ GIRARD-PERREGAUX มีการฉลองครบรอบ 50 ปีของ Laureato ด้วยการเปิดตัว Laureato Fifty ซึ่งประกอบไปด้วย Laureato Fifty Bicolour

 

Screenshot 2569 10 19 at 22.09.07

 

และ Laureato Fifty Three Gold Bridges Tourbillon ทำให้ในปี 2026 Laureato Fifty ได้กลายเป็นส่วนสำคัญ ที่ถาวรของคอลเลคชั่น Laureato สู่การเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ในขนาด 39 และ 36 มิลลิเมตร โดยมีให้เลือกทั้งแบบหน้าปัดกรองฟูว์อีนาเมล แบบหน้าปัดทองคำ หรือหน้าปัดสีเงินพร้อมขอบตัวเรือนที่ประดับด้วยเพชร โดยนาฬิกาแต่ละรุ่น จะทำงานด้วยกลไกอินเฮ้าส์อัตโนมัติคาลิเบอร์ GP4800 ที่เต็มไปด้วยงานฝีมืออันประณีต และองค์ประกอบด้านการออกแบบ ที่เป็นเอกลักษณ์ตามแบบฉบับของ Laureato

 

Screenshot 2569 10 19 at 22.09.46

 

ซึ่งได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องในตลอดห้าทศวรรษ จากการถ่ายทอดวิสัยทัศน์อันร่วมสมัยของ GIRARD-PERREGAUX ที่มีต่อนาฬิกาชั้นสูง และล่าสุดกับ Laureato Fifty Tourbillon Micro-Rotor 39 mm ที่ไม่ได้เป็นเพียงการนำเสนอนาฬิกา ที่มาพร้อมกลไกซับซ้อนรุ่นใหม่เท่านั้น แต่ยังเป็นการรวมเอาเอกลักษณ์สำคัญ 5 ประการของแบรนด์ ที่สืบทอดมาอย่างยาวนานไว้ในผลงานร่วมสมัยหนึ่งเดียว เพื่อสะท้อนปรัชญาแห่งนาฬิกาชั้นสูง ที่ได้รับการบ่มเพาะมาตลอด 235 ปีโดยมีความงามที่ถือกำเนิด

 

Screenshot 2569 10 19 at 22.07.05

 

จากกลไกการออกแบบที่ตอบสนองการใช้งาน และองค์ความรู้ที่ช่างนาฬิกาแต่ละรุ่น นำมาต่อยอดสู่ช่างนาฬิการุ่นถัดมา จากการเปิดตัวเป็นครั้งแรกโดย Constant Girard ในปี 1867 กับบริจด์รูปทรงลูกศรทั้งสาม ที่ได้เปลี่ยนโครงสร้างของกลไก ให้กลายเป็นเอกลักษณ์ด้านการออกแบบอันโดดเด่น และกลายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบอันที่เป็นที่น่าจดจำ ของวงการนาฬิกามาอย่างยาวนานในเกือบ 160 ปีต่อมา โดยบริจด์ทั้งสามนี้ ยังคงสะท้อนแนวคิดของ GIRARD-PERREGAUX ได้อย่างโดดเด่นและชัดเจนนั่นก็คือความงดงาม

 

Screenshot 2569 10 19 at 22.06.52

 

ซึ่งเริ่มต้นจากภายใน ที่เป็นการเปลี่ยนชิ้นส่วนในการควบคุม การเดินของนาฬิกาซึ่งมีหน้าที่ ในด้านการทำงานเพียงอย่างเดียว ให้กลายเป็นองค์ประกอบที่สะท้อนถึง สุนทรียศาสตร์ที่มีมากว่าหนึ่งศตวรรษต่อมา โดยชุดตูร์บิยองรูปทรงดังกล่าว ยังคงเป็นเอกลักษณ์อันโดดเด่น ที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการผสาน นวัตกรรมทางเทคนิคให้เข้ากับความงดงามได้อย่างลงตัว ซึ่งนอกจากความงดงามภายในแล้ว หน้าปัดอีนาเมลแบบกรองฟูว์สีน้ำเงินโปร่งแสง ยังสืบสานศิลปะงานการตกแต่ง ที่แบรนด์สร้างสรรค์ขึ้น

 

Screenshot 2569 10 19 at 22.06.28

 

ตั้งแต่ช่วงเวลาของ Jean-François Bautte ในต้นทศวรรษที่ 1790 และได้รับการอนุรักษ์ พร้อมการสืบทอดโดย GIRARD-PERREGAUX มาจนถึงปัจจุบัน จนกระทั่งในนับปี 1975 ที่สถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของ Laureato ได้กลายเป็นพื้นฐานที่ผสานสัดส่วน นวัตกรรมด้านกลไก และความกลมกลืนเหนือกาลเวลา เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว พร้อมลวดลายคลูเดอปารีส์ที่ถูกนำมาใช้ เป็นองค์ประกอบสำคัญ ตั้งแต่หน้าปัดที่มีให้เลือกทั้งแบบกรองฟูว์อีนาเมล หรือแบบโรสโกลด์ ไปจนถึงกลไกที่ผ่านกระบวนการ

 

Screenshot 2569 10 19 at 22.09.58

 

ที่ตกแต่งด้วยบริจด์ไวท์โกลด์ขนาดใหญ่ 2 ชิ้น ซึ่งใช้ลวดลายเดียวกัน เพื่อเชื่อมโยงดีไซน์ด้านหน้า และด้านหลังเข้าด้วยกัน ขณะที่บริจด์ในรูปแบบของ GIRARD-PEREGAUX รูปทรงลูกศร 3 ชิ้น ซึ่ง Constant Girard เปิดตัวขึ้นในปี 1867 ได้กลายเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ ด้านการออกแบบที่โดดเด่น และสืบทอดมาอย่างยาวนานของแบรนด์ โดยในช่วงเวลาเกือบ 160 ปีต่อมาบริจด์เหล่านี้ ยังคงสะท้อนแนวคิดสำคัญของแบรนด์  ที่เชื่อว่าความงามเริ่มต้นจากภายใน ด้วยกลไกอินเฮ้าส์อัตโนมัติคาลิเบอร์ใหม่ล่าสุดในรหัส GP8410 

 

Screenshot 2569 10 19 at 22.08.27

 

โดยมีชุดไมโครโรเตอร์ ที่ผลิตจากแพลทตินัมและโรสโกลด์ พร้อมรูปทรงลูกศรอันเป็นเอกลักษณ์ของ GIRARD-PERREGAUX พร้อมดีไซน์โดยรวมของ Laureato Fifty ที่มีการปรับตัวเรือนและสาย ให้มีความประณีตยิ่งขึ้น ด้วยความหนาเพียง 10 มิลลิเมตร ที่ถือว่ามีความบางเป็นพิเศษ สำหรับนาฬิกาที่มาพร้อมกลไกแบบซับซ้อน ในตัวเรือนขนาด 39 มิลลิเมตร ผนวกด้วยฝาหลังที่กรุด้วยกระจกแซฟไฟร์ ที่เผยให้เห็นชุดกลไกทั้งหมด และให้พลังสำรองลานนาน 72 ชั่วโมง ซึ่งภายนอกยังคงโดดเด่นด้วย

 

Screenshot 2569 10 19 at 22.08.45

 

ชุดสายแบบอินทริเกรด พรอ้มบานพับที่ปรับความยาวได้ 4 มิลลิเมตร โดยมีชุดเข็มและหลักชั่วโมงที่ผลิตจากไวท์โกลด์ โดยชุดกลไกคาลิเบอร์ GP8410 เป็นชุดกลไกที่ใช้เวลาพัฒนาเพียง 12 เดือน หลังจากการเปิดตัวกลไกคาลิเบอร์ GP4800 ในเดือนกันยายน 2025ซึ่งถือเป็นความสำเร็จของการพัฒนาชุดกลไกแบบตูร์บิยอง เข้ากับการสร้างพลังลานด้วยชุดไมโครโรเตอร์ ที่บทสรุปรวมของกลไกคาลิเบอร์นี้ คือความสำเร็จครั้งล่าสุดของ GIRARD-PERREGAUX ที่สามารถสร้างสิ่งพิเศษใหม่ได้อีกครั้ง

 

Screenshot 2569 10 19 at 22.07.40

 

Screenshot 2569 10 19 at 22.10.07