Compact. Advanced. Elevated.

ที่ ULYSSE NARDINl เราเชื่อมั่นในการคิดต่าง และเชื่อว่าความก้าวหน้าจะเกิดขึ้นได้ เมื่อเราก้าวข้ามขีดจำกัดของความเป็นไปได้ โดยนับตั้งแต่ปี 1846 ที่ ULYSSE NARDIN ได้ขับเคลื่อนวงการนาฬิกาให้ก้าวไปข้างหน้า ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และงานฝีมืออันเป็นเลิศที่ไม่มีใครเทียบได้ จากนาฬิการุ่น Freak ของ ULYSSE NARDIN ซึ่งได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นโดย Dr. Ludwig Oechslin ในปี 2001 ที่ได้ฉีกกฎเกณฑ์เดิมๆ ด้วยดีไซน์ที่ปฏิวัติวงการ ทั้งการที่ไม่มีเข็มนาฬิกา ไม่มีหน้าปัด และไม่มีเม็ดมะยม ซึ่งเมื่อผสานเข้ากับกลไก

 

Screenshot 2569 10 01 at 20.45.29

 

อันล้ำสมัยและการนำเทคโนโลยีซิลิคอนมาใช้เป็นรายแรกๆ ทำให้นาฬิการุ่นนี้ได้สร้างนิยามใหม่ ให้กับวงการนาฬิกายุคปัจจุบัน โดยนับแต่นั้นมา Freak ก็กลายเป็นตัวขับเคลื่อนนวัตกรรม มาตลอดระยะเวลาหนึ่งในสี่ของศตวรรษ ผ่านสิทธิบัตร 35 ฉบับในกลไก 17 รุ่น พร้อมทั้งกลายเป็นสัญลักษณ์ แห่งนาฬิกายุคใหม่ที่เป็นหนึ่ง ในผลงานที่แหวกแนวที่สุดในประวัติศาสตร์ของนาฬิกา และเป็นนาฬิกาที่แสดงเวลาเพียงอย่างเดียว (Time-Only) ที่มีความซับซ้อนที่สุดเท่าที่เคยมีการผลิตมา จนมาถึงในปี 2019 ที่นาฬิการุ่น Freak [X]

 

Screenshot 2569 10 01 at 20.51.17

 

ได้ท้าทายหลักการดั้งเดิมจากแนวคิดของ Freak รุ่นแรก ด้วยการเป็นนาฬิกา Freak ที่มาพร้อมกับเม็ดมะยม มีขนาดกะทัดรัด และใช้งานได้หลากหลายยิ่งขึ้น ซึ่งออกแบบมาเพื่อการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของโครงสร้าง แบบฟลายอิ้งคารูเซล (Flying Carousel) ที่ตัวกลไกจะทำหน้าที่บอกเวลาด้วยตัวเอง ดังนั้นในปี 2026 นึ้จึงถือเป็นหมุดหมายสำคัญสองประการของ ULYSSE NARDIN ทั้งเป็นการฉลองวาระการครบรอบ 180 ปีแห่งตำนานและความสำเร็จ รวมทั้งการครบรอบ 25 ปีของนาฬิการุ่น Freak

 

Screenshot 2569 10 01 at 20.56.58

 

พร้อมทั้งเป็นโอกาสในการเปิดตัว ปีแห่งนวัตกรรมและความแปลกใหม่ของ Freak ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงวิศวกรรมใหม่ทั้งหมดของนาฬิการุ่น Freak [X] โดยอาศัยระยะเวลาการพัฒนา นานกว่าสองปีจากทีมวิศวกรและนักออกแบบของ ULYSSE NARDIN ด้วยดีไซน์ที่กะทัดรัดยิ่งขึ้น วิศวกรรมที่ล้ำสมัยกว่าเดิม และงานตกแต่งที่ประณีตบรรจง เพื่อเป็นการผสานศิลปะการผลิตนาฬิกาชั้นสูง (High Horology) เข้ากับเทคโนโลยีขั้นสูงไว้อย่างลงตัว และยังได้รับการออกแบบทางวิศวกรรม เพื่อการสวมใส่ในชีวิตประจำวันอย่างแท้จริง

 

Screenshot 2569 10 01 at 20.51.41

 

ซึ่งสำหรับในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญและนักสะสมนาฬิกา Freak ถือเป็นนาฬิกาที่รู้จักกันดีโดยไม่ต้องมีการแนะนำใดๆ มากนัก จากจุดเด่นสำคัญคือโครงสร้างที่ชุดกลไกทำหน้าที่บอกเวลาได้ โดยชุดคารูเซลจะหมุนครบรอบในทุกๆ 60 นาทีเพื่อแสดงค่านาที ในขณะที่การแสดงชั่วโมงนั้นจะผ่านเข็มชี้บนจานหมุน ซึ่งคำว่า "ฟลายอิ้ง” (Flying) หรือลอยตัว ถูกนำมาใช้เรียกกลไกนี้เนื่องจากการทำงาน โดยปราศจากบริจด์ ซึ่งมีส่วนบน (Upper Bridge) จะทำให้กลไกดูเหมือนลอยตัวอยู่อย่างอิสระ และมองเห็นได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

 

Screenshot 2569 10 01 at 20.52.08

 

เพื่อสร้างมิติความลึกเชิงกลไกที่ โดดเด่นสะดุดตาเมื่อสวมใส่บนข้อมือ กับกลไกคาลิเบอร์รุ่นใหม่ที่มีขนาดกะทัดรัดกว่ารุ่นก่อน และทำให้สามารถบรรจุลงในตัวเรือนขนาด 41 มิลลิเมตรได้อย่างเหมาะสม โดยได้รับการออกแบบใหม่ ให้มีขนาดลดลงจากเดิม 2 มิลลิเมตร พร้อมด้วยกระจกแซฟไฟร์ทรงกล๊าซบ๊อกซ์ (Glassbox) ซึ่งนอกเหนือจากการปรับลดขนาดแล้ว โครงสร้างของกลไกยังได้รับการคิดค้นใหม่ทั้งหมด โดยเน้นความชาญฉลาดและโครงสร้างแบบโมดูลาร์ ซึ่งช่วยให้สามารถรองรับจานแผ่นดิสก์แสดงค่าชั่วโมง

 

Screenshot 2569 10 01 at 20.51.31

 

และตกแต่งด้วยศิลปะงานฝีมือชั้นสูง (Métiers d’Art) ได้หลากหลายรูปแบบยิ่งขึ้น ซึ่งนับเป็นครั้งแรกสำหรับนาฬิการุ่น Freak [X] ที่มีการนำชุดกลไกปล่อยจักร (Escapement) ที่ผลิตจากวัสดุไดมอนซิล (DIAMonSIL) มาใช้ ซึ่งช่วยเพิ่มทั้งความแม่นยำ ประสิทธิภาพ และความทนทาน พร้อมเทคโนโลยีในการเคลือบผิวขั้นสูง ที่ทำหน้าที่เสมือนเกราะป้องกัน เพื่อช่วยเพิ่มความแข็งแกร่ง และความทนทานต่อแรงกระทำกับกลไก ให้กับชิ้นส่วนที่ต้องรับภาระหนัก ซึ่งต้องรองรับแรงกระแทกมากกว่า 250 ล้านครั้งต่อปี

 

Screenshot 2569 10 01 at 21.58.12

 

นอกจากนี้ Freak [X] ยังมาพร้อมกับบาลานซ์วีล (Balance wheel) และแฮร์สปริง (Hairspring) ที่ผลิตจากซิลิคอนขนาดใหญ่พิเศษ ซึ่งผ่านกระบวนการผลิตโดย SIGATEC ณ ห้องปฏิบัติการด้านซิลิคอนของ ULYSSE NARDIN ซึ่งนับเป็นครั้งแรกสำหรับนาฬิการุ่นFreak ที่ชุดกลไกอินเฮ้าส์อัตโนมัติของแบรนด์ จะทำงานดด้วยชุดไมโครโรเตอร์ (Micro-Rotor) ที่ผลิตจากโรสโกลด์ ซึ่งได้รับการผสานรวม เข้ากับชุดกลไกอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อรักษาความกะทัดรัดของตัวเรือน พร้อมทั้งมอบประสิทธิภาพในการทำงาน

 

 

โปรดติดตามบทความในครั้งต่อไป