M.A.D. 3

M.A.D. 3 แสดงให้เห็นว่าในโลกแห่งเวลา จะมีหนทางอื่นในการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ นอกเหนือไปจากรูปแบบเดิมๆ อยู่เสมอ โดย M.A.D. 3 นำหนึ่งในกลไกซับซ้อน ที่มีความแปลกใหม่และเป็นเอกลักษณ์ มากที่สุดในวงการนาฬิกาแนวอิสระ เข้ามาสู่โลกของ M.A.D. Editions ผ่านความร่วมมือกับ Vincent Calabrese ชายผู้เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ และเป็นต้นคิดของชุดกลไกนี้ โดยได้รับแรงบันดาลใจโดยตรง จากนาฬิการุ่น Baladin ของ VINCENT CALABRESE ที่เปิดตัวขึ้นในปี 1989

 

Screenshot 2569 09 07 at 20.46.25

 

และโดดเด่นด้วยการแสดงเวลาแบบชั่วโมงเคลื่อนที่ (Wandering Hour) อันเปี่ยมไปด้วยสุนทรียภาพ ดังนั้นนาฬิการุ่นนี้จึงเปรียบเสมือน การตีความผลงานชิ้นเอกดังกล่าวขึ้นใหม่ และเป็นการเชิดชูเกียรติแก่ช่างนาฬิกา ผู้มีแนวคิดแหวกแนวและเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณอิสระในวัย 82 ปีผู้นี้ โดยในตลอดระยะเวลากว่า 5 ทศวรรษ Calabrese ได้สร้างเส้นทางอาชีพ บนพื้นฐานของความคิดที่เป็นอิสระ เสรีภาพในการสร้างสรรค์ และการปฏิเสธที่จะยึดติดกับแนวทาง ในการออกแบบกลไกแบบดั้งเดิม

 

001

 

โดยเขาเป็นผู้ร่วมก่อตั้ง AHCI (Académie Horlogère des Créateurs Indépendants) ร่วมกับ Svend Andersen ในปี 1985 อีกทั้งยังเป็นผู้ออกแบบโครงสร้างกลไกโกลด์เด้นบริจด์ (Golden Bridge) อันเลื่องชื่อให้กับแบรนด์นาฬิกา CORUM พร้อมทั้งพัฒนาผลงานอีกมากมาย ทั้งกลไกแสดงเวลาแบบชั่วโมงเคลื่อนที่ กลไกตูร์บิยอง และกลไกที่มีรูปแบบแปลกใหม่ไม่ซ้ำใคร จนสามารถจดสิทธิบัตรได้มากกว่า 40 ฉบับ ซึ่งด้วยแนวคิดและคุณค่าเหล่านี้ เขาจึงเป็นพันธมิตรที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับ M.A.D. Editions

 

Screenshot 2569 09 07 at 20.45.48

 

ซึ่งไม่ได้วางตำแหน่งตัวเองเป็นเพียงแบรนด์นาฬิกาทั่วไป ที่มีรูปแบบการออกแบบตายตัว แต่เปรียบเสมือนสำนักพิมพ์ที่รวบรวม "ผู้สร้างสรรค์" ที่มีบุคลิกในโลกแห่งความคิดสร้างสรรค์ ที่หลากหลายเข้าไว้ด้วยกัน โดย M.A.D. Editions มุ่งเชิดชูศิลปะการสร้างสรรค์ นาฬิกากลไกอันชาญฉลาด พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ที่ชื่นชอบนาฬิกา ในวงกว้างที่สามารถเข้าถึงผลงานเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น ซึ่งหลังจากที่นาฬิการุ่น M.A.D. 1 ที่สร้างสรรค์ขึ้นโดย Maximilian Büsser และรุ่น M.A.D. 2 ที่ออกแบบโดย Eric Giroud

 

Screenshot 2569 09 07 at 20.46.48

 

ได้นำร่องสู่ตลาดมาแล้ว ครั้งนี้ Vincent Calabrese ก็ได้ฝากผลงานของเขาไว้ในนาฬิการุ่น M.A.D. 3 พร้อมหัวใจสำคัญคือกลไกซับซ้อนที่ Calabrese พัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรกสำหรับนาฬิการุ่น Baladin ของเขา ด้วยความที่ไม่พอใจกับการเปลี่ยนผ่าน ของตัวเลขชั่วโมงแบบฉับพลันในนาฬิกาแบบจั๊มปิ้งอาร์วแบบทั่วไป เขาจึงจินตนาการถึงวิธีการแสดงเวลาที่แตกต่าง โดยแทนที่จะเป็นการกระโดดเปลี่ยนตัวเลขในทันที แต่ตัวเลขชั่วโมงจะค่อยๆ เคลื่อนที่ไปตามหน้าปัด ในขณะที่เข็มนาทีก็ยังคงหมุนวนไปตามปกติ

 

Screenshot 2569 09 07 at 20.46.01

 

กับผลลัพธ์ที่ได้คือการแสดงเวลาที่ลื่นไหล ชวนให้หลงใหลและเข้าใจง่ายอย่างน่าประหลาดใจ จากเป้าหมายในการสร้างสรรค์ M.A.D. 3 ที่จะไม่ใช่แค่การผลิตนาฬิการุ่นBaladin ขึ้นมาใหม่หรือการสร้างนาฬิกาสไตล์วินเทจย้อนยุค แต่เป็นการรักษาจิตวิญญาณของกลไกที่ Calabrese คิดค้นขึ้น พร้อมกับถ่ายทอดออกมาในรูปแบบใหม่ ที่ร่วมสมัยตามสไตล์ของ M.A.D. Editions ซึ่งสิ่งนี้พิสูจน์แล้วว่ามีความซับซ้อน มากกว่าที่คาดไว้มาก จากกลไกเดิมของเขาที่เป็นงานฝีมือชั้นสูง ชาญฉลาด และใช้งานง่าย

 

Screenshot 2569 09 07 at 20.46.17

 

แต่ยากที่จะผลิตซ้ำได้อย่างน่าเชื่อถือ สำหรับการผลิตปริมาณที่มาก โดยทีมงานด้านเทคนิคของ M.A.D. Editions ได้พัฒนาโมดูลแสดงเวลาให้ใหม่ทั้งหมดตั้งแต่เริ่มต้น โดยใช้กลไกจาก LA JOUX-PERRET คาลิเบอร์ G111 ที่ผลิตในสวิตเซอร์แลนด์และได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษ เพื่อจัดการกับความต้องการ ของพลังงานจากกลไกที่ซับซ้อน พร้อมปรับปรุงการควบคุมความกว้างของการแกว่ง และให้พลังสำรองลานที่เสถียรในตลอด 55 ชั่วโมง ซึ่งส่วนประกอบใหม่นี้ได้รับการพัฒนาขึ้น

 

Screenshot 2569 09 07 at 20.46.58

 

เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือในการส่งพลังงาน และความเสถียรตลอดช่วงในระยะยาว ในขณะที่ยังคงรักษาการเคลื่อนที่อย่างราบรื่น และต่อเนื่องซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของนาฬิกา Baladinรุ่นดั้งเดิม โดย M.A.D. 3 มาในตัวเรือนสตีลขนาด 40 มิลลิเมตร ที่โดดเด่นด้วยขาตัวเรือนแบบลอยตัว (Floating Lugs) กรุด้วยกระจกแซฟไฟร์ทรงโดม ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ผนวกด้วยวงแหวนแสดงนาทีที่ผลิตจากแซฟไฟร์ทรงโค้งมน (Bombé) รวมทั้งการผสานสารเรืองแสงซุปเปอร์-ลูมิโนว่า ไว้ใต้ชิ้นส่วนที่โปร่งใส

 

Screenshot 2569 09 07 at 20.46.34

 

ผนวกกับโครงสร้างแบบซ้อนชั้นของจานแสดงผล ส่วนด้านหลังตัวเรือนจะเผยให้เห็นข้อความของ Vincent Calabrese เมื่อโรเตอร์ขึ้นลานหมุนวน โดยข้อความดังกล่าวคือ “Il est assez aisé de plaire aux autres, bien plus ardu d’être fier de soi” ซึ่งแปลว่า “การทำให้ผู้อื่นพอใจนั้นค่อนข้างง่าย แต่การจะภูมิใจในตนเองนั้นยากกว่ามาก” ซึ่งถือเป็นบทสรุปที่เหมาะสมอย่างยิ่ง สำหรับนักสร้างสรรค์ผู้ยึดมั่นในความเชื่อของตนเอง มากกว่าการแสวงหาการยอมรับ จากภายนอกในตลอดเส้นทางอาชีพ

 

Screenshot 2569 09 07 at 20.48.43

 

M.A.D. 3 มีให้เลือก 2 สีโดยทั้งสองรุ่น มีราคาจำหน่ายอยู่ที่ 2,900 ฟรังก์สวิส โดยมีแบบสีชมพูที่สงวนสิทธิ์ไว้สำหรับ MB&F Tribe และกลุ่ม Friends ซึ่งหมายถึงลูกค้า ซัพพลายเออร์ และเหล่าพันธมิตรเท่านั้น ในขณะที่แบบสีน้ำเงินเปิดให้จองผ่านระบบสุ่มเลือกผู้ซื้อ (Raffle) ของ M.A.D. Editions โดยเปิดให้ลงทะเบียนได้จนถึงวันที่ 7 กันยายน และผู้ที่ได้รับเลือกจะได้รับสิทธิ์ในการซื้อนาฬิการุ่นนี้ โดยลิ๊งก์สำหรับเข้าร่วมการสุ่มเลือกผู้ซื้อ: https://www.mbandf.com/madeditions/madeditions-raffles

Screenshot 2569 09 07 at 20.48.05

Screenshot 2569 09 07 at 20.48.20