New KING SEIKO VANAC

หนึ่งในจุดกำเนิดของ “SEIKO Blue” อันเป็นสีเอกลักษณ์ประจำแบรนด์ ที่ถูกพัฒนาและปรับเฉดอย่างประณีตในตลอดหลายปีที่ผ่านมา เพื่อสะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งความกล้า ในการสร้างสรรค์และความล้ำสมัยของ SEIKO ได้อย่างชัดเจน ท่ามกลางความสำเร็จมากมายของ SEIKO ในยุค 60s ที่คอลเลคชั่น KING SEIKO ได้ถือกำเนิดขึ้นในปี 1961 และสร้างเอกลักษณ์ตั้งแต่การเปิดตัวในครั้งแรก ด้วยการผสานสมรรถนะระดับสูง เข้ากับงานดีไซน์ที่ล้ำสมัยอย่างลงตัว จนกระทั่งถึงการกลับมาอีกครั้งในปี 2022

 

Screenshot 2569 06 29 at 21.09.09

 

ที่ KING SEIKO ได้กลายเป็นตัวแทนของการหลอมรวม ระหว่างเทคโนโลยีการผลิตนาฬิกายุคใหม่ กับเสน่ห์เหนือกาลเวลาของต้นฉบับดั้งเดิม ที่โดดเด่นด้วยการใช้สีสันจัดจ้าน และดีไซน์หลายมิติอันแปลกใหม่  จนกลายเป็นหนึ่งในคอลเลคชั่น ที่มีเอกลักษณ์ที่สุดของแบรนด์ โดยเมื่อปีที่ผ่านมา KING SEIKO VANAC ได้หวนคืนลุคสปอร์ตที่ทันสมัย พร้อมการอัปเกรดด้วยกลไกอินเฮ้าส์อัตโนมัติรุ่นใหม่ พร้อมเปิดตัว KING SEIKO VANAC รุ่นที่ผลิตในแบบลิมิเต็ดเอดิชันใหม่ ที่โดดเด่นด้วยรายละเอียดสีน้ำเงิน

 

Screenshot 2569 06 29 at 21.10.09

 

ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก “SEIKO Blue” เพื่อเป็นการคารวะต่อสีเอกลักษณ์ อันเป็นตำนานของแบรนด์ และมาพร้อมอินเนอร์-ริง ตามแบบดั้งเดิมที่ฝังอยู่บนหน้าปัด และกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่สะท้อนเอกลักษณ์ได้อย่างชัดเจน โดยตกแต่งเป็นสีน้ำเงินสด ที่ช่วยสร้างคอนทราสต์ที่โดดเด่น กับหน้าปัดสีไวท์-ซิลเวอร์ได้อย่างลงตัว ให้ความรู้สึกทั้งทันสมัยและหรูหราในเวลาเดียวกัน โดยมีมาร์กเกอร์ที่ผ่านการเคลือบสารเรืองแสงลูมิไบรท์ เพื่อเพิ่มความชัดเจนในการอ่านค่าเวลา พร้อมช่วยขับให้เฉดสีน้ำเงิน

 

Screenshot 2569 06 29 at 21.09.35

 

ที่ล้อมรอบดูมีมิติยิ่งขึ้น ในขณะที่เข็มนาฬิกาทั้งสาม จะถูกตกแต่งด้วยสีน้ำเงินเงางาม เพื่อสะท้อนถึงความประณีต และความโดดเด่นของนาฬิกาได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่ตัวเรือนสตีลถูกออกแบบให้มีน้ำหนัก และสัมผัสที่มั่นคงบนข้อมือ เพื่อถ่ายทอดความรู้สึกแข็งแกร่ง และพรีเมียมในเวลาเดียวกัน โดยมีแรงบันดาลใจที่มาจากมหานครโตเกียวอันกว้างใหญ่ ที่ทอดยาวไปจนสุดเส้นขอบฟ้า เพิ่มความเรียบหรูและความสง่างาม ให้กับตัวเรือนได้อย่างลงตัว พร้อมสายนาฬิกาที่ผสานพื้นผิว แบบมิเรอร์และขัดลายด้าน

 

Screenshot 2569 06 29 at 21.08.52

 

ในข้อสายเดียวกันเพื่อช่วยมอบทั้งความสบาย ในขณะสวมใส่และภาพลักษณ์ที่ดูหรูหราเหนือระดับ ผนวกเข้ากับหน้าปัดที่ตกแต่งด้วยลวดลายเส้นแนวนอน เพื่อเพิ่มมิติและความลุ่มลึกให้กับดีไซน์ ขณะที่มาร์กเกอร์ ณ ตำแหน่ง 12 นาฬิกา และปลายด้านหลังของเข็มวินาที ถูกออกแบบเป็นรูปตัว “V” อันโดดเด่น ซึ่งสื่อถึงอักษรแรกของชื่อ VANAC อย่างมีเอกลักษณ์ พร้อมการทำงานด้วยกลไกระดับเรือธงของ SEIKO อย่างกลไกคาลิเบอร์ 8L45 ซึ่งมอบพลังสำรองลานได้นานถึงประมาณ 72 ชั่วโมง และให้ความแม่นยำ

 

Screenshot 2569 06 29 at 21.09.45

 

ในระดับ +10 ถึง -5 วินาทีต่อวัน โดยนอกจากความเที่ยงตรงแล้ว กลไกรุ่นนี้ยังถูกพัฒนาให้มีความแข็งแกร่งและทนทาน เพื่อรองรับคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับนาฬิกาสปอร์ต ในระบบกลไกยุคใหม่ได้อย่างครบถ้วน พร้อมทั้งรายละเอียดงานตกแต่ง ที่สะท้อนถึงความประณีตในแบบฉบับของ KING SEIKO โดยโรเตอร์และบริจด์ จะถูกขัดแต่งด้วยลวดลายคลื่นอย่างงดงาม ซึ่งสามารถมองเห็นได้ผ่านฝาหลัง ที่กรุด้วยกระจกแซฟไฟร์ เพื่อเพิ่มความหรูหราได้อย่างลงตัว ในจำนวนการผลิตแบบจำกัดที่ 800 เรือนทั่วโลก