Color takes Shape

สีสันใหม่บนหน้าปัดทั้งสองได้แก่สี สีม่วงอ่อน (Mauve) ที่ดูนุ่มนวลและมีมิติ พร้อมหน้าปัดลวดลายทรงรีคล้ายแคปซูล และสีเขียวเข้ม (Forest) ที่ให้ลุคสุขุม พร้อมความโดดเด่นด้วยลายเส้นแนวนอน ซึ่งนาฬิกาในทั้งสองรุ่นยังคงใช้ตัวเรือน ที่ผสานกันด้วยวัสดุไทเทเนียมและสตีล และมาพร้อมกลไกอัตโนมัติแบบบาง และสัดส่วนที่กระชับลงตัว โดยยังคงโครงสร้างเดิมไว้ แต่เติมคาแรคเตอร์ใหม่ให้แตกต่าง และสะท้อนภาพลักษณ์ให้ดูชัดเจนยิ่งขึ้น

 

Screenshot 2569 06 18 at 16.29.45

 

จาก 2340 อันเป็นรหัสไปรษณีย์ที่กลายมาเป็นชื่อของคอลเลคชั่น ตามที่อยู่ในเลอนอร์มังที่เป็นเมืองบ้านเกิดของแบรนด์ บนเทือกเขาจูร่าของสวิตเซอร์แลนด์ โดยเปิดตัวเป็นครั้งแรกในเดือนตุลาคมปี 2025 พร้อมนิยาม

 

Screenshot 2569 06 18 at 16.29.35

 

ทิศทางการออกแบบใหม่ของแบรนด์ ผ่านนาฬิกาที่มาพร้อมดีไซน์สปอร์ต และการให้ความสำคัญกับวัสดุในการผลิต ผนวกด้วยสีสันที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างมีมิติ ผ่านหน้าปัดสองเฉดสีใหม่ กับโครงสร้างสายแบบ 5 ข้อที่ออกแบบให้เชื่อมต่อ

 

Screenshot 2569 06 18 at 16.29.24

 

อย่างแนบเนียนกับตัวเรือน และไล่ระดับรับกับสัดส่วนของนาฬิกาอย่างลงตัว โดยประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนทั้งหมดรวมกัน 92 ชิ้น ให้ความเบาขึ้น บางลง และชัดเจนยิ่งกว่าเดิม โดยมีวัสุดไทเทเนียมที่ช่วยลดน้ำหนักของตัวเรือน ขณะที่กลไก SELLITA คาลิเบอร์ SW300-1 จะมีความหนาเพียง 3.60 มิลลิเมตร และช่วยให้ตัวเรือนมีความบางได้เพียง 8.95 มิลลิเมตร ส่วนสตีลขัดเงาถูกนำมาใช้กำหนดเส้นสายของนาฬิกา ตั้งแต่ขอบตัวเรือน ตัวเชื่อมสายนาฬิกา

 

Screenshot 2569 06 18 at 16.28.56

 

เม็ดมะยม ฝาหลัง ไปจนถึงข้อสายตรงกลาง ให้ความรู้สึกเบาสบายบนข้อมือ พร้อมเส้นสายที่ดูเฉียบคม โดยยังคงยึดมั่นในงานดีไซน์ และใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อสะท้อนแนวคิดด้านดีไซน์ของ LOUIS ERARD ผ่านสายแบบอินทริเกรดที่พัฒนาขึ้นเฉพาะรุ่น ในตัวเรือนแบบไฮบริด และรูปทรงที่บางเฉียบ โดยในทุกองค์ประกอบจะถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่ขอบตัวเรือนขัดเงา ที่ช่วยให้เส้นสายด้านข้างดูต่อเนื่อง ไปจนถึงการซ่อนจุดเชื่อมต่อ

 

Screenshot 2569 06 18 at 16.36.47

 

ของโครงสร้างไว้อย่างแนบเนียน รวมทั้งวัสดุ รูปทรง และพื้นผิวต่างๆ ที่ถูกออกแบบให้ทำงานร่วมกัน เป็นภาษาดีไซน์เดียวกัน นอกจากนี้ตัวเรือนไทเทเนียม ยังช่วยเพิ่มความสบายในการสวมใส่ ขณะที่สตีลขัดเงาช่วยเพิ่มความคมชัดให้กับเส้นสาย โดยแม้โครงสร้างพื้นฐาน ของนาฬิการุ่นล่าสุดทั้งสองจะยังคงเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือบุคลิคและอารมณ์ของดีไซน์โดยนาฬิกา LOUIS ERARD รุ่นล่าสุดทั้งสองนี้จะมีราคาจำหน่ายที่ 154,000 บาท

 

Screenshot 2569 06 18 at 16.28.39