RESSENCE Type 7 Black and Cactus Green

การเปิดตัวของสองสีใหม่นี้ มาพร้อมกับแคมเปญฤดูใบไม้ผลิของแบรนด์ในชื่อ “Your Hands Are Your Best Tools” ที่สะท้อนแนวคิดของ Type 7 ในฐานะนาฬิกาสายลุยที่เหมาะทั้งสำหรับการใช้ชีวิต ในเมืองและกิจกรรมกลางแจ้งหรือทางทะเล โดยทั้งสองรุ่นมาพร้อมขอบตัวเรือนเซรามิกแบบฟิกซ์เบเซิล (Fixed Bezel) ซึ่งโดดเด่นด้วยสีสันที่เข้มขึ้น ทนทานต่อการใช้งาน และยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตัวเรือน จากพื้นฐานของ Type 7 ที่เปิดตัวครั้งแรกในเดือนมีนาคม ปี 2025

 

Screenshot 2569 06 17 at 21.02.28

 

เพื่อฉลองการครบรอบ 15 ปีของแบรนด์ และถือเป็นนาฬิกาแนวทูลว็อช (Tool Watch) รุ่นสำคัญของ RESSENCE ในตัวเรือนที่ผลิตจากไทเทเนียมเกรด 5 ในขนาด 41 มิลลิเมตร ที่มาพร้อมสายไทเทเนียมแบบอินทริเกรด ที่ดีไซน์ต่อเนื่องรับกับตัวเรือน โดยจุดเด่นของนิการุ่นนี้คือพื้นหน้าปัดแบบออยล์-ฟิลด์ (Oil-Filled) อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ เพื่อช่วยให้การอ่านเวลามีความโดดเด่นและแตกต่าง พร้อมฟังก์ชั่นแสดงเวลาแบบสองไทม์โซน และคุณสมบัติการกันน้ำระดับ 5 ATM

 

Screenshot 2569 06 17 at 21.01.44

 

โดยก่อนหน้านี้ Type 7 มีให้เลือกในสี Night Blue และแบบลิมิเต็ดเอดิชั่นในสี XV Aquamarine ซึ่งสำหรับ Type 7 Black หน้าปัดแบบออยล์-ฟิลด์นี้ ถูกนำเสนอในโทนสีดำที่ลุ่มลึกและโดดเด่น โดยชั้นน้ำมันใต้กระจกแซฟไฟร์ จะช่วยเพิ่มมิติและความคมชัดของหน้าปัดพร้อมทำให้องค์ประกอบต่างๆ ดูเหมือนลอยอยู่บนพื้นผิวคล้ายหน้าจอดิจิทัล ส่วนตัวเลขและแผ่นดิสก์สีขาวจะตัดกับพื้นหลังสีดำเข้ม ช่วยให้สามารถอ่านค่าเวลาได้ง่ายและรวดเร็ว ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญของนาฬิกาแนวทูลว็อช

 

Screenshot 2569 06 17 at 21.01.24

 

ส่วนสี Cactus Green ใหม่จะเป็นโทนของสีเขียวเข้มที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น และออกแบบมาให้เข้ากับวัสดุไทเทเนียมเกรด 5 โดยเฉพาะ เนื่องจากไทเทเนียมจะมีโทนสีอุ่นกว่าสตีล และมีอันเดอร์โทนสีเหลืองเล็กน้อย ทำให้สี Cactus Green สามารถกลมกลืนกับพื้นผิวแบบกล๊าซ-เพริล์ (Glass-Pearled) ของตัวเรือนและสายได้อย่างลงตัว ส่งผลให้นาฬิกาดูมีมิติ และโดดเด่นอย่างมีสไตล์เมื่อสวมใส่บนข้อมือ พร้อมแต่ละสีสันที่มาพร้อมสายยาง ที่ออกแบบสีให้เข้ากับหน้าปัดโดยเฉพาะ

Screenshot 2569 06 17 at 21.02.05

 

ช่วยเพิ่มลุคที่ดูสปอร์ตและทันสมัยมากขึ้น อีกทั้งเมื่อเปลี่ยนจากสายไทเทเนียมแบบอินทริเกรด มาเป็นสายยาง จะยังช่วยให้นาฬิกามีน้ำหนักเบา สวมใส่สบาย และเหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน “เมื่อเปลี่ยนมาใช้สายยาง น้ำหนักโดยรวมของนาฬิกาจะเบาลง แต่ถ้าใช้สายไทเทเนียม จุดศูนย์ถ่วงจะอยู่บริเวณกึ่งกลางข้อมือ” Benoît Mintiens แห่ง RESSENCE อธิบายเพิ่มเติมพร้อมคำจำกัดความสั้นๆ ว่า “ให้ความรู้สึกแตกต่างกัน แต่ยังคงเป็นนาฬิกาเรือนเดิม” พร้อมราคาที่ 1,588,000 บาท

 

Screenshot 2569 06 17 at 21.00.39

 

Screenshot 2569 06 17 at 21.01.08