Freak [X GUMBALL 3000] Edition 2
นับเป็นปีที่สามที่ ULYSSE NARDINl และ GUMBALL 3000 ร่วมสานต่อความร่วมมืออย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิดร่วมที่ยึดมั่นในสมรรถนะอันเหนือระดับ พร้อมสะท้อนตัวตนที่โดดเด่นอย่างชัดเจน และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยหลังจากนาฬิการุ่นแรกประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ความร่วมมือครั้งนี้จึงเดินหน้าต่อด้วยนาฬิการุ่น Freak X GUMBALL 3000 – Edition 2 ใหม่ล่าสุด ที่เป็นการนำแนวคิดด้านสมรรถนะมาตีความใหม่ให้กับนาฬิการุ่น Freak X อันเป็นนาฬิการุ่นไอคอนิคจาก ULYSSE NARDIN ในรูปแบบที่โดดเด่นยิ่งขึ้น

ด้วยการออกแบบในโทนสีดำและสีส้มอันโดดเด่น เพื่อถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งกลไก อิสรภาพ และพลังของ GUMBALL 3000 ออกมาได้อย่างชัดเจน ด้วยดิสก์แสดงค่าชั่วโมงที่ผลิตจากคารโบเนียม (Carbonium®) น้ำหนักเบาพิเศษ จากการผลิตด้วยเส้นใยคาร์บอนเกรดอากาศยาน เสริมด้วยเรซินอีพ็อกซี่สีส้ม และเข้าคู่กับตัวเรือนที่ผลิตจากไทเทเนียมดีแอลซีสีดำ พร้อมจำนวนการผลิตแบบจำกัดเพียง 150 เรือน เพื่อแสดงถึงสองโลกอิสระที่ขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งสมรรถนะ และไม่ยอมยึดติดกับกรอบเดิมๆ

แต่เดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน ส่งผลให้สิ่งที่เกิดขึ้นที่จะไม่ใช่แค่ความร่วมมือครั้งหนึ่งครั้งใด แต่คือการต่อยอดแนวคิดที่มีร่วมกัน ในการก้าวข้ามขีดจำกัดผ่านนวัตกรรม ความแม่นยำ และการแสดงออกถึงตัวตน โดยมากกว่าแค่การเป็นเพียงแรลลี่ ที่ GUMBALL3000 ได้เติบโตเป็นแพลตฟอร์มไลฟ์สไตล์ระดับโลก ที่โดดเด่นด้วยการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่ข้ามทวีป พร้อมกลุ่มคนที่ให้ความสำคัญ กับความเป็นตัวตนควบคู่ไปกับสมรรถนะ ซึ่งนับเป็นปีที่สามติดต่อกันแล้ว ที่ความร่วมมือนี้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่อง

กับ Freak X GUMBALL 3000 Edition 2 ที่เริ่มต้นจากปี 1999 ที่ Maximillion Cooper ได้นำขบวนผู้ร่วมทางออกเดินทางไกลกว่า 3,000 ไมล์ เพื่อเปิดประสบการณ์ที่มีความหมายมากกว่าความเร็วหรือความหวือหวา โดย GUMBALL 3000 ไม่ได้ให้ความสำคัญกับจุดหมายปลายทางเพียงอย่างเดียว แต่เน้นเส้นทางที่มีความท้าทายที่ต้องเผชิญ และเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมา แรลลี่นี้ได้ดึงดูดผู้คนจากหลากหลายวงการ ทั้งศิลปิน ผู้ประกอบการ นักกีฬา และไอคอนทางวัฒนธรรม

ที่มีจุดร่วมคือความรักในการผจญภัย อิสระในการคิดนอกกรอบ และความมุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามขีดจำกัด โดยในปี 2026 GUMBALL 3000 กลับสู่ทวีปอเมริกาเหนืออีกครั้ง พร้อมเส้นทางจากไมอามี่สู่เม็กซิโกซิตี้ภายใต้ธีม “Road to the World Cup” เดินทางข้ามพรมแดน ภูมิประเทศ และวัฒนธรรม ในตลอด 7 วัน โดยครอบคลุมระยะทางกว่า 3,000 ไมล์ ซึ่งแรลลี่ครั้งนี้สามารถรวบรวมรถยนต์กว่า 100 คัน โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงาน เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว เมืองเจ้าภาพ และพันธมิตรระดับโลกร่วมกัน

เพื่อสร้างเทศกาลเคลื่อนที่ขนาดใหญ่ที่ผสานทั้งดนตรี วัฒนธรรมรถยนต์ และอีเวนต์เข้าด้วยกัน โดยมีเส้นทางที่เริ่มจากไมอามี่ไปยังเกาะอามีเลีย นิวออร์ลีนส์ ออสติน มอนเทอร์เรย์ และซามิเกล ก่อนถึงปลายทางที่เม็กซิโกซิตี้ ซึ่งผู้เข้าร่วมแรลลี่อย่างเป็นทางการจะได้รับบัตร VIP Hospitality สำหรับชมแมตช์เปิดการแข่งขัน FIFA World Cup 26 โดยทุกจุดแวะพักตลอดเส้นทาง จะกลายเป็นเวทีที่เชื่อมผู้คนเข้าด้วยกัน ผ่านการฉลองผ่านโลกของรถยนต์ ดนตรี และวัฒนธรรม อันเป็นไลฟ์สไตล์ที่ผสานพลังของสมรรถนะ

ให้เข้ากับความคิดสร้างสรรค์ และความแม่นยำไว้กับความสนุกที่คาดไม่ถึง โดยแนวคิดการก้าวไปข้างหน้านี้ถูกถ่ายทอดสู่ Freak X GUMBALL 3000 Edition 2 นาฬิกาที่โดดเด่นด้วยดีไซน์โครงสร้างล้ำสมัย ที่มาพร้อมกลไกที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง และสมรรถนะที่เต็มประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะอยู่บนท้องถนนหรือบนข้อมือ ทำให้ผลงานนาฬิการุ่นนี้สามารถสะท้อนความตั้งใจเดียวกัน ในการท้าทายขีดจำกัดและเดินหน้าต่อไปโดยไม่หยุดนิ่ง ในฐานะ “superwatch” เรือนแรกของโลกโดย Freak ไม่เพียงแค่มีดีไซน์ที่แตกต่าง

แต่ยังทำงานด้วยแนวคิดใหม่ เพื่อเปิดบทใหม่ให้กับนาฬิกากลไกยุคปัจจุบัน โดย Freak X GUMBALL 3000 Edition 2 จะสามารถสะท้อนตัวตนของ GUMBALL 3000 ได้อย่างชัดเจน ด้วยพลังแห่งกลไก ความเร้าใจ และภาพลักษณ์ที่โดดเด่น ในโทนสีดำตัดส้มที่ดูสะดุดตา ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากเอกลักษณ์ของ GUMBALL 3000 เพื่อถ่ายทอดวัฒนธรรมแห่งความเร็ว ความเป็นตัวของตัวเอง และพลังในการก้าวไปข้างหน้า ผ่านดีไซน์นาฬิกาที่ทันสมัยและเต็มไปด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง โดยจะมีราคาจำหน่ายในประเทศไทยที่ 1,615,000 บาท



