LM Sequential Flyback EVO

จากนาฬิการุ่น LM Sequential EVO ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2022 และนับเป็นนาฬิกาโครโนกราฟ เรือนแรกของ MB&F พร้อมเป็นชุดกลไกอินเฮ้าส์ลำดับที่ 20 ของแบรนด์ ที่มากับความโดดเด่น ด้วยนวัตกรรมทางเทคนิคที่สำคัญ พร้อมการผสานโหมดจับเวลาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยทำการผ่านสวิตช์ “ทวินเวอร์เตอร์” (Twinverter) ซึ่งสามารถใช้งานได้ทั้งโหมดจับเวลาอิสระ

 

Screenshot 2569 03 02 at 23.39.56

 

จับเวลาแบบแยกวินาที จับเวลาสะสม และโหมดจับเวลาต่อรอบ โดยในปีเดียวกันนี้ นาฬิการุ่นดังกล่าวยังได้รับรางวัลสูงสุด แห่งวงการนาฬิกาจากงาน GPHG นั่นก็คือ “Aiguille d’Or” และในปี 2024 ที่กลไกแบบซีเควนเชียลนี้ ก็ถูกนำเสนออีกครั้งในตัวเรือนของ Legacy Machine ในดีไซน์ที่มีความคลาสสิคยิ่งขึ้น พร้อมการเพิ่มฟังก์ชั่นทางเทคนิคใหม่เพิ่มเข้าไปนั่นก็คือ

 

Screenshot 2569 03 02 at 23.41.35

 

ฟังก์ชั่นฟลายแบ็คสำหรับฟังก์ชั่นโครโนกราฟทั้งสองชุด โดยฟังก์ชั่นฟลายแบ็คได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของซีรี่ส์ EVO ผ่านการเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ นั่นก็คือ LM Sequential Flyback EVO ซึ่งบรรจุอยู่ในตัวเรือนไทเทเนียม พร้อมหน้าปัดสีอะความารีน และการออกแบบหน้าปัดแสดงเวลาในมุมเอียง โดยนาฬิการุ่นใหม่นี้ยังคงครบถ้วน ด้วยคุณสมบัติเด่นของนาฬิกาในซีรี่ส์ EVO

 

Screenshot 2569 03 02 at 23.42.57

 

อันได้แก่ ความสามารถในการกันน้ำได้ลึกระดับ 80 เมตร เม็ดมะยมแบบขันเกลียว สายยางแบบอินทิเกรต และระบบรองรับแรงกระแทก “เฟล็กซ์ริง” (FlexRing) โดยกลไกแบบซีเควนเชียล และซีเควนเชียลฟลายแบ็คนี้ ต่างก็ได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นโดย Stephen McDonnell ผู้อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์นาฬิการุ่น LM Perpetual ซึ่งเคยคว้ารางวัลจากงาน GPHG มาก่อนหน้านี้แล้ว

 

Screenshot 2569 03 02 at 23.43.05

 

โดยนาฬิการุ่น LM Sequential Flyback EVO จะมาพร้อมการจัดวางหน้าปัดเช่นเดียวกับนาฬิการุ่น LM Sequential EVO โดยมีโครโนกราฟสองชุด ชุดหนึ่งแสดงเข็มวินาทีที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา และเข็มนาทีที่ตำแหน่ง 11 นาฬิกา ส่วนอีกชุดหนึ่งแสดงเข็มวินาทีที่ตำแหน่ง 3 นาฬิกา และเข็มนาทีที่ตำแหน่ง 1 นาฬิกา โดยทั้งสองชุดจะทำงานทั้งเริ่ม หยุด และรีเซ็ตได้อย่างอิสระ

 

Screenshot 2569 03 02 at 23.43.15

 

ผ่านปุ่มควบคุมที่อยู่คนละฝั่งของตัวเรือน และเมื่อใช้งานฟังก์ชั่นฟลายแบ็ค ปุ่มรีเซ็ตจะทำหน้าที่สั่งงานฟังก์ชั่นฟลายแบ็คทันที ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของนาฬิกา ที่ติดตั้งกลไกโครโนกราฟสองชุดไว้ด้วยกัน โดยนอกจากนี้ นาฬิการุ่นนี้ยังมีปุ่มกดพิเศษลำดับที่ห้าในชื่อ “ทวินเวอร์เตอร์” (Twinverter) ซึ่งติดตั้งอยู่ที่ตำแหน่ง 9 นาฬิกา หรือปุ่มนี้ที่ Stephen เรียกว่า “ปุ่มเวทมนตร์”

 

Screenshot 2569 03 02 at 23.44.09

 

ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้นาฬิการุ่น LM Sequential มีความสามารถเหนือกว่า นาฬิกากลไกโครโนกราฟโดยทั่วไป จากการที่ทวินเวอร์เตอร์ จะทำหน้าที่ควบคุมชุดโครโนกราฟทั้งสองชุด ผ่านระบบสวิตช์แบบไบนารี ซึ่งจะสลับสถานะเริ่มและหยุดของกลไกโครโนกราฟทั้งสองชุด กล่าวคือ หากโครโนกราฟทั้งสองหยุดทำงานอยู่ และเมื่อกดปุ่มนี้แล้ว

 

Screenshot 2569 03 02 at 23.44.27

 

ชุดกลไกทั้งสองชุดก็จะเริ่มทำงานพร้อมกัน และหากทั้งสองกำลังทำงาน ปุ่มก็จะสั่งให้หยุดพร้อมกัน และหากชุดหนึ่งกำลังทำงาน ในขณะที่อีกชุดหยุดอยู่ ทวินเวอร์เตอร์ก็จะหยุดชุดที่กำลังทำงาน และเริ่มการทำงานของชุดที่หยุดอยู่ในทันที โดยชุดกลไกโครโนกราฟในอุดมคติของ Stephen McDonnell คือแนวคิดอันเป็นที่มาของทวินเวอร์เตอร์ ซึ่งพัฒนาขึ้นมาเพื่อยกระดับแนวคิด

 

Screenshot 2569 03 02 at 23.44.43

 

ของชุดคันโยกควบคุมรวมจากชิ้นส่วน ในชุดกลไกโครโนกราฟในอดีต โดยบความสามารถในการสลับโหมดการทำงานของโครโนกราฟได้ในทันที ทำให้กลไกคลาสสิคนี้สามารถตอบโจทย์ การใช้งานที่หลากหลายในชีวิตประจำวันยุคใหม่ ดังนั้นทวินเวอร์เตอร์จึงเปรียบเสมือนวงจรตรรกะ แห่งโลกนาฬิกากลไก ที่สะท้อนความคิดขั้นสูง ดังเช่นในนาฬิการุ่น Legacy Machine ใหม่นี้

Screenshot 2569 03 02 at 23.37.55