ORIENT STAR M45 F7 Small Second

ORIENT STAR เปิดตัวนาฬิการุ่นพิเศษใน Classic Collection เพื่อวาระครบรอบ 75 ปีกับนาฬิการุ่น M45 F7 Small Second ที่มีทั้งในแบบลิมิเต็ดเอดิชั่นที่ผลิตขึ้นเพียง 500 เรือนทั่วโลก และอีกสองรุ่นในแบบโปรดักชั่นไลน์ โดยนาฬิกาใน M45 Classic Collection นี้จะโดดเด่นด้วยดีไซน์แบบคลาสสิค ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากกลุ่มดาวไพรยาดีส หรือที่ชาวญี่ปุ่นรู้จักกันดีในนามของ “ซูบารุ” ที่สะท้อนแนวคิดในเรื่องการลื่นไหล ของเวลาที่ไม่มีสิ้นสุด สู่หน้าปัดนาฬิกาที่เรียบง่ายพร้อมขนาดตัวเรือนที่ลงตัว และเหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง

 

Screenshot 2569 02 27 at 21.46.18

 

กับการสวมใส่ได้ในทุกๆ โอกาส ทั้งในเวลาการทำงานไปจนถึงวันสบายๆ ของทุกวัน ด้วยการผสมผสานกันอย่างลงตัว ของความรู้สึกที่ไร้กาลเวลาที่ได้จากนาฬิกาดีไซน์คลาสสิค ที่ทำงานได้อย่างทรงประสิทธิภาพ ด้วยชุดกลไกอินเฮ้าส์อัตโนมัติที่ทำให้นาฬิกาเรือนนี้ มีภาพลักษณ์สำคัญในสไตล์นาฬิการุ่นเรือธงของแบรนด์ โดยมีจุดเด่นที่ความเรียบง่ายและขนาดที่กะทัดรัด และที่เห็นได้อย่างชัดเจนที่สุดกับนาฬิกาในแบบลิมิเต็ดเอดิชั่นหน้าปัดสีเทา ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อฉลองวาระครบรอบ 75 ปีของ ORIENT STAR ในปีนี้

 

Screenshot 2569 02 27 at 21.57.59

 

บนหน้าปัดแบบสองชั้นที่มีองค์ประกอบ ของชุดเข็มแสดงค่าเวลาชั่วโมงและนาที ในรูปทรงใบไม้ที่เรียบง่าย พร้อมชุดแสดงพลังสำรองลานคงเหลือ และชุดหน้าปัดย่อยแสดงค่าวินาที โดยไม่มีหน้าต่างแสดงค่าวันที่ ในขณะที่บริเวณรอบหน้าปัดจะถูกจัดวาง ด้วยมาร์กเกอร์ในแบบตัวเลขโรมัน พร้อมสเกลรูปแบบรางรถไฟโดยรอบ และนอกจากนี้ยังโดดเด่นด้วยพื้นผิวแบบด้าน ที่สร้างขึ้นจากเทคนิคพิเศษ และการตกแต่งด้วยลวดลาย แบบซันเรย์ที่มีความละเอียด ในขณะที่บริเวณพื้นที่ทรงพัดของชุดแสดงพลังสำรองลาน

 

Screenshot 2569 02 27 at 21.48.09

 

อันเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์สำคัญของแบรนด์ จะมีพื้นผิวเป็นแบบลายเม็ดทรายเล็กๆ ที่เรียบง่ายและดูโดดเด่น พร้อมหน้าปัดย่อยแสดงค่าเวลาวินาทีขนาดเล็ก ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ซึ่งได้รับการขัดแต่งด้วยลวดลายที่ละเอียดเช่นกัน ซึ่งจะที่ช่วยทำให้หน้าปัดมองดูมีมิติมากยิ่งขึ้น จากการผสมผสานกันระหว่างพื้นผิวแต่ละส่วน ที่เป็นเม็ดละเอียดบนผิวเคลือบด้าน และชวนให้นึกถึงภาพของละอองดาว หรือภาพดวงดาวที่ส่องประกายระยิบระยับ อยู่บนท้องฟ้าอันงดงามในยามค่ำคืน ในขณะที่นาฬิกาแบบโปรดักซ์ชั่นไลน์

Screenshot 2569 02 27 at 21.47.44

ในหน้าปัดสีเขียวและสีงาช้างที่มีผิวสัมผัสแบบเรียบ และแม้จะเป็นเพียงสีเดียวแต่เมื่อผ่าน กระบวนการตกแต่งอย่างประณีต ลงบนแต่ละชั้นของหน้าปัดทั้งสองชั้น ก็สามารถเพิ่มความหรูหราได้ให้มากขึ้นไปอีกระดับ พร้อมการกรุด้วยกระจกแซฟไฟร์โค้งสองชั้น ผนวกด้วยการเคลือบสารป้องกัน แสงสะท้อนแบบเอสเออาร์ (SAR) ในทั้งสองด้าน ซึ่งจะให้ค่าการส่งผ่านแสงที่ระดับสูงถึง 99% พร้อมช่วยทำให้สามารถมองเห็น ในทุกแง่มุมของหน้าปัดได้อย่างชัดเจน ในตัวเรือนที่ผลิตจากสตีลคุณภาพสูง (SUS316L)

 

Screenshot 2569 02 27 at 22.07.56

 

พร้อมขนาดตัวเรือนที่ 39 มิลลิเมตร และหนา 11.7 มิลลิเมตร ซึ่งสามารถสวมใส่ได้อย่างสะดวกสบาย และพอดีกับแขนเสื้อเชิ้ตหรือเสื้อแจ็คเก็ต พร้อมด้วยการทำงานจากกลไกอินเฮ้าส์อัตโนมัติคาลิเบอร์ F7H44 ที่ให้ความแม่นยำในการแสดงค่าเวลา ในระดับสูงและเสถียรที่ +15 วินาทีถึง -5 วินาทีต่อวัน และสำรองพลังลานได้นาน 50 ชั่วโมง โดยสามารถมองเห็นกลไกได้ ผ่านทางฝาหลังที่กรุด้วยกระจกแซฟไฟร์ โดยในแบบลิมิเต็ดเอดิชั่นครบรอบ 75 ปีจะมีการสลักคำว่า “ORIENT STAR 75th Anniversary” พร้อมหมายเลขประจำเรือน

 

Screenshot 2569 02 27 at 21.46.46

 

ซึ่งด้วยดีไซน์ที่เหนือกาลเวลา และเหมาะกับการใช้งานได้ในทุกโอกาส กับขนาดตัวเรือนที่กะทัดรัด และทำให้สามารถสวมใส่ได้อย่างสะดวกสบาย ผนวกเข้ากับการทำงานของกลไกอัตโนมัติคุณภาพสูง ที่ทำให้นาฬิกา ORIENT STAR M45 F7 Small Second สามารถเป็นนาฬิกาที่เรียบง่ายและเหมาะ สำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันของทุกคน ในราคาจำหน่ายที่ประเทศไทยเรือนละ 43,000 บาทสำหรับแบบโปรดักชั่นไลน์ และ 46,000 บาทสำหรับแบบลิมิเต็ดเอดิชั่น ที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยเพียง 15 เรือน

Screenshot 2569 02 27 at 22.07.08

โดยสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับนาฬิกา ORIENT STAR ทุกรุ่นได้ที่ UKT (UNITED KRUNGTHONG Trading) โทร. 02-255-8822 รวมทั้งสามารถเลือกชมนาฬิกาเรือนจริง ได้ที่เคาน์เตอร์นาฬิกา ORIENT STAR ณ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป หรือที่ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ และเร็วๆ นี้กับบูติคนาฬิกา ORIENT STAR แห่งแรกของประเทศไทยและแห่งแรกของโลก ณ กรุงเทพมหานครฯ ที่จะเป็นจุดหมายใหม่ให้กับผู้คนทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก ให้ได้สัมผัสกับเรือนเวลาชั้นเลิศจากประเทศญี่ปุ่น

 

 

 

Screenshot 2569 02 27 at 22.12.20