PATEK PHILIPPE Boutique Grand Opening at SIAM PARAGON
ด้วยความสัมพันธ์ที่สั่งสมอันมาจากความไว้วางใจและวิสัยทัศน์ร่วมกัน ในตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา แบรนด์นาฬิกา PATEK PHILIPPE และ PMT The Hour Glass ต่างมีบทบาทสำคัญในการหล่อหลอม และยกระดับวัฒนธรรมการสะสมนาฬิกา ตลอดจนศิลปะแห่งการประดิษฐ์เรือนเวลา สำหรับผู้คนในประเทศไทย ดังนั้นการเปิดบูติคแห่งใหม่บนพื้นที่กว่า 290 ตารางเมตร ณ ศูนย์การค้าสยามพารากอน ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คระดับโลก จึงนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการร่วมกัน ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนาฬิการะดับสูง

ต่อภูมิภาคแห่งนี้ โดยคุณณรัณ ธรรมาวรานุคุปต์ กรรมการผู้จัดการของ PMT The Hour Glass กล่าวว่า “บูติคแห่งใหม่นี้เป็นสัญลักษณ์ของความตั้งใจร่วมกับ PATEK PHILIPPE ในการสร้างประสบการณ์ที่ลึกซึ้งยิ้งขึ้น ให้กับนักสะสมที่ไม่ได้เป็นแค่เพียงพื้นที่รีเทล แต่ยังเป็นจุดบรรจบของงานศิลปะ วัฒนธรรม งานฝีมือ และศาสตร์แห่งการประดิษฐ์นาฬิกา โดยโอกาสนี้ยังเป็นการฉลองให้กับความผูกพัน และความร่วมมือกันที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างครอบครัว Stern, ครอบครัว Tay และครอบครัวของผมไปพร้อมกันอีกด้วย”

ในขณะที่ Deepa Chatrath กรรมการผู้จัดการของ PATEK PHILIPPE ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวเสริมว่า "ประเทศไทยเป็นตลาดที่ PATEK PHILIPPE ให้ความสำคัญเสมอมา ซึ่งเราภูมิใจที่ได้ร่วมมือกับพันธมิตร ที่ให้ความไว้วางใจกันมาอย่างยาวนานอย่าง PMT The Hour Glass เพื่อถ่ายทอดความประณีต เจตนารมณ์ และมรดกอันทรงคุณค่าที่ส่งต่อกันจากรุ่นสู่รุ่น ให้แก่นักสะสมชาวไทยได้สัมผัสกันอย่างลึกซึ้ง” กับสุนทรียภาพแห่งการออกแบบและงานศิลป์ชั้นสูง ที่บูติคแห่งใหม่นี้ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน

เพื่อสะท้อนเอกลักษณ์ของ PATEK PHILIPPE โดยผนวกกับความเป็นไทยร่วมสมัยได้อย่างลงตัว จากการบริการที่เป็นเลิศเพื่อพร้อมต้อนรับเหล่านักสะสม ให้มาสัมผัสศิลปะการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูง ผ่านคอลเลคชั่นที่หลากหลาย ตั้งแต่กลไกโครโนกราฟหรือตูร์บิยอง ไปจนถึงนาฬิกาดาราศาสตร์อันซับซ้อน ซึ่งเผยให้เห็นความมหัศจรรย์ของโลกแห่งเวลาที่น่าหลงใหล เพราะสำหรับ PATEK PHILIPPE นาฬิกาจะไม่ใช่เพียงแค่เครื่องบอกเวลา แต่คือผลงานศิลปะที่บันทึกเรื่องราว และความทรงจำล้ำค่าในทุกช่วงเวลาของชีวิต

โดยในทันทีที่ก้าวเข้าสู่บูติค ผู้มาเยือนทุกคนจะได้ร่วมเดินทางผ่านไทม์ไลน์ ที่รวบรวมเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์ และนวัตกรรมชั้นเลิศของ PATEK PHILIPPE พร้อมเรื่องราวมิตรภาพอันยาวนานของครอบครัว Stern, ครอบครัว Tay และครอบครัวธรรมาวรานุคุปต์ พร้อมภายในบูติคที่มีการใช้โทนสีราสป์เบอร์รี่ ที่มอบความรู้สึกอบอุ่นและโดดเด่น สอดประสานกับบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์ของซาลอน PATEK PHILIPPE ณ เจนีวา ได้อย่างลงตัว พร้อมบริเวณเลานจ์บาร์ที่ตกแต่งด้วยชุดบาร์หินออนิกซ์

ที่พร้อมต้อนรับทุกคนอย่างเป็นกันเอง โดยการคัดสรรวัสดุและจัดแสงอย่างประณีต จะช่วยขับเน้นความสง่างาม พร้อมจุดเด่นที่ผลงานศิลป์ลายไทยสีทองอันอ่อนช้อย บนพื้นสีดำคลาสสิคที่ได้แรงบันดาลใจ มาจากนาฬิกา Dome Table Clock, Ref 20074M-001 “Thai Ornaments” ที่ร่วมจัดแสดงอยู่ในพื้นที่เดียวกัน โดยด้านหลังจะเป็นพื้นที่รับรองส่วนตัวที่จัดสรรไว้ สำหรับการชื่นชมและรับมอบนาฬิกา ในบรรยากาศที่ผ่อนคลายพร้อมเปิดรับความโปร่งสบาย ด้วยหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่ทอดรับแสงธรรมชาติจากด้านนอก

พร้อมด้วยชุดโซฟาที่จัดวางไว้เสมือนห้องนั่งเล่น ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและอบอุ่น เหมาะสำหรับการต้อนรับสมาชิกแบบครอบครัวอย่างแท้จริง ต่อเนื่องไปยังห้องรับรองตรงข้ามที่โดดเด่นไปด้วย ประติมากรรมช้างไม้แกะสลักอย่างประณีต โดยศิลปินชาวฝรั่งเศสที่ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งพละกำลัง และความสง่างามที่หลอมรวมมรดกทางธรรมชาติ ขนบธรรมเนียม และศิลปะชั้นสูงเข้าไว้ด้วยกัน โดยด้านในสุดยังถูกออกแบบให้เป็นห้องส่วนตัว ที่ใช้สำหรับโอกาสพิเศษต่างๆ โดยภายในมีการจัดแสดงผลงานศิลป์

“ค่านิยมสิบประการ” (Ten Values) ในรูปแบบภาษาไทย ควบคู่กับผลงานศิลปะแบบทริปทีค ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากนาฬิกา Dome Table Clock, Ref. 1619M-001 “Holiday in Thailand” ซึ่งถ่ายทอดความเป็นไทยได้อย่างงดงามผ่านขบวนช้างหลวง และพระบรมมหาราชวัง อันสะท้อนถึงความเคารพต่ออัตลักษณ์ท้องถิ่น และความผูกพันอันยาวนานที่PATEK PHILIPPE มีต่อประเทศไทย




