MAURICE LACROIX 1975 Master Grand Date Retrograde
กว่า 25 ปีที่ผ่านมา MAURICE LACROIX ได้รังสรรค์กลไกแสดงเวลาแบบเรโทรเกรด ซึ่งเป็นความพิเศษที่หาได้ยากและกลายเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ และวันนี้ก็เป็นโอกาสอันดีที่แบรนด์ จะได้ทำการเปิดตัวกลไกมาสเตอร์พีซลำดับที่ 26 ซึ่งโดดเด่นด้วยการแสดงวันแบบเรโทรเกรด พร้อมการแสดงวันที่แบบบิ๊กเดท และหน้าปัดแบบสเกเลตันอันสะดุดตา โดยนาฬิการุ่น 1975 Master Grand Date Retrograde จะมอบความเป็นเลิศที่เข้าถึงได้พร้อมความเคารพ ในมรดกของแบรนด์จากมุมมองใหม่เกี่ยวกับเรื่องของเวลา

นับตั้งแต่การก่อตั้งขึ้นในปี 1975 MAURICE LACROIX ก็ได้สร้างสรรค์นาฬิกาหลายรุ่น ที่พลิกโฉมการแสดงเวลาสู่ตลาด พร้อมกับที่ในปี 1999 ที่ทางแบรนด์ได้มีเปิดตัวนาฬิกาแบบคาเลนดาร์เรโทรเกรด และในอีกสามปีต่อมาก็ได้เปิดตัว นาฬิการุ่น Double Retrograde ซึ่งนาฬิกาทั้งสองรุ่นต่างก็ใช้ชุดโมดูล ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของแบรนด์ออกสู่ตลาด ดังนั้นตลอดหลายปีที่ผ่านมา ทางแบรนด์จึงได้นำความเชี่ยวชาญมากมายเหล่านี้ และนำมาพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อการสร้างชุดกลไกนาฬิกา ที่มีลักษณะพิเศษเหล่านี้

และเพื่อให้มั่นใจได้ว่านาฬิกาแต่ละรุ่น จะมอบฟังก์ชั่นการใช้งาน ความชัดเจน และความน่าเชื่อถือได้เป็นอย่างดี แม้ว่ากลไกแสดงเวลาแบบเรโทรเกรด จะยังคงค่อนข้างหายากในอุตสาหกรรมนาฬิกา แต่ภาพลักษณ์สำคัญนี้ก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ไปแล้ว ดังนั้นการเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ 1975 Master Grand Date Retrograde นี้จึงยังคงความโดดเด่นด้วยกระจกแซฟไฟร์ ที่มีขนาดใหญ่ที่รับแสงได้ดี เพื่อช่วยให้สามารถอ่านค่าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยด้านล่างของฐานกลไกหลัก ยังสามารถมองเห็นได้จากด้านหน้า

พร้อมมีพื้นผิวที่ผ่านการขัดแต่ง แบบแซนด์บลาสท์และเคลือบโรเดียมสีดำ เพื่อช่วยเน้นให้เห็นตัวเลขแสดงค่าเวลาที่อยู่ด้านบน พร้อมบริจด์ที่เคลือบด้วยโรเดียมอยู่บนแผ่นฐานของชุดกลไก ทำให้เกิดความแตกต่างของโทนสี โดยมีเข็มแสดงค่าเวลาชั่วโมงและนาที ทรงสี่เหลี่ยมคางหมูที่เคลือบด้วยสารเรืองแสงสีขาว ซุปเปอร์-ลูมิโนว่า®️ และขอบด้านนอกที่เคลือบโรเดียม เพื่อช่วยเสริมกรอบการแสดงผล โดยระหว่างกระบวนการพัฒนาชุดกลไกนี้ ได้มีการทดลองออกแบบส่วนหน้าของบริจด์ในชุดกลไก

ซึ่งรวมถึงการปรับความหนาของบริจด์ต่างๆ ที่คำนึงถึงหลักการความสมมาตร และทำให้มั่นใจว่าการทำงานของหน้าปัด จะอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมมากที่สุด โดยเมื่อมองจากด้านข้าง กระจกแซฟไฟร์ทรงกล่องจะเผยให้เห็นการจัดเรียงระดับชั้นที่น่าทึ่ง พร้อมเผยให้เห็นถึงความลึก สีสัน พื้นผิว และมุมต่างๆ รวมไปถึงกระบวนการทำงานของชุดกลไก ในหลายส่วนที่กำลังทำงานอยู่ โดยแนวทางการออกแบบแบบองค์รวมของแบรนด์เหล่านี้เอง ที่นำไปสู่ความสวยงามที่ลงตัวของนาฬิการุ่นล่าสุดจาก MAURICE LACROIX

โดยคุณลักษณะที่โดดเด่นของนาฬิกาเรือนนี้ ก็คือความสามารถในการสื่อสารกับผู้สวมใส่ ได้อย่างชัดเจนจากความรู้และความชำนาญ ในด้านการผลิตจากนาฬิการุ่น AIKON Master Grand Date ที่มีชุดแสดงค่าวันที่แบบบิ๊กเดท จากการใช้แผ่นดิสก์สองแผ่นเพื่อแสดงหลักสิบและหลักหน่วย พร้อมทำให้หน้าปัดสามารถอ่านค่าได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากนี้แผ่นดิสก์นี้ยังเปิดเผยให้เห็นตัวเลขได้อย่างชัดเจน ทำให้ผู้สวมใส่สามารถเห็นชุดกลไกที่น่าทึ่งที่กำลังทำงานอยู่ ที่ในขณะเดียวกันชุดแสดงผลแบบเรโทรเกรด

ซึ่งอยู่ด้านล่างของหน้าปัดก็จะแสดงวันในรูปแบบที่อ่านค่าได้ง่าย โดยมีเข็มสีน้ำเงินที่เริ่มต้นการเดินทาง โดยชี้ไปที่ 'วันจันทร์' ก่อนจากนั้นจึงกวาดไปทางขวา และเมื่อถึงจุดสิ้นสุดในวันอาทิตย์ เข็มก็จะกระโดดกลับไปทางซ้ายและเริ่มต้นวงจรในสัปดาห์ใหม่ ในตัวเรือนนาฬิกาที่ผลิตจากวัสดุสตีลขนาด 42 มิลลิเมตร พร้อมการตกแต่งด้วยพื้นผิวขัดเงาและขัดด้านผสมผสานกัน มาพร้อมฝาหลังแบบโปร่งใสเพื่อให้มองเห็น กลไกนาฬิการะดับมาสเตอร์พีซคาลิเบอร์ ML302 ที่ตกแต่งด้วยพื้นผิวหลากหลายแบบด้วยกัน

ใช้งานเข้าคู่กันกับสายหนังลูกวัวสีดำที่มีพื้นผิวคล้ายหนังจระเข้ และประดับด้วยโลโก้ M นูนต่ำ พร้อมระบบการเปลี่ยนสายนาฬิกาที่ง่ายดายของ MAURICE LACROIX ที่ทำให้ผู้สวมใส่สามารถปรับเปลี่ยนรูปลักษณ์ ของนาฬิกาได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องใช้เครื่องมือใดๆ เพียงแค่คลิกไม่กี่ครั้งก็ใช้งานได้อย่างสะดวก กับสิ่งเหล่านี้ทั้งหมดที่เกิดขึ้นในระยะเวลาเพียง 50 ปีของแบรนด์ ในการรังสรรค์กลไกนาฬิการะดับมาสเตอร์พีซ อันน่าทึ่งรวมกันแล้วถึง 26 ชุดในแบบอินเฮ้าส์ภายใต้ชื่อ MAURICE LACROIX


