LOUIS ERARD Gravée Main, Part II
ผลลัพธ์จากวัตถุชิ้นเดียวที่ไม่สามารถทำซ้ำได้ และเหนือกว่าสิ่งที่เครื่องจักรใดๆ สามารถทำได้ กับทุกพื้นผิว ตัวเรือน ขอบตัวเรือน ขาตัวเรือน เม็ดมะยม และหัวเข็มขัด ที่ถูกขึ้นรูปพร้อมตกแต่งผ่านกระบวนการ ในการแกะสลักหลายขั้นตอนที่แม่นยำ โดยทั้งหมดเริ่มต้นด้วยการออกแบบ จากศิลปินผู้ร่างและปรับแต่งลวดลายต่างๆ จากนั้นจึงถ่ายทอดด้วยมือเปล่าหรือใช้แม่แบบ พร้อมเลือกเครื่องมืออย่างระมัดระวัง รวมทั้งหัวแกะสลักในขนาดต่างๆ สำหรับความลึกที่แตกต่างกัน โดยพื้นผิวจะถูกกัดด้วยกรดแบบแห้งก่อน

เพื่อเป็นแนวทางในการแกะสลัก จากนั้นจึงเริ่มแกะสลักทีละเส้น ทีละมิลลิเมตร และปรับการเคลื่อนไหวแต่ละครั้งให้เข้ากับรูปทรง และส่วนโค้งของชิ้นส่วนต่างๆ ของนาฬิกา โดยเมื่อแกะสลักเสร็จแล้ว รายละเอียด เงา และพื้นผิวจะถูกเพิ่มเข้าไปด้วยมือและสายตา โดยตัวเรือนจะถูกทำความสะอาด และขัดเงาเพื่อดึงความคมชัดพร้อมความลึกออกมา จนสุดท้ายคือการตรวจสอบคุณภาพ โดยตรวจสอบความสมดุลจากสายตา พร้อมทดสอบความแข็งแรงของโครงสร้าง ภายใต้สถาปัตยกรรมแบบมินิมอลของ LOUIS ERARD

ที่กลายเป็นผืนผ้าใบสำหรับการตกแต่ง ที่มีมานานหลายศตวรรษ ซึ่งขยายไปถึงหน้าปัดด้วย กับแรงบันดาลใจที่มาจากนาฬิกาแบบบาโรค ที่หน้าปัดมีการจับคู่ตัวเลขโรมัน และเข็มนาฬิกาทรงลูกแพร์ชุบโรเดียม ในรูปแบบที่ทันสมัย พร้อมหน้าปัดที่เรียบง่ายอย่างตั้งใจ ให้มีพื้นผิวเคลือบเงาสีดำพร้อมลายพิมพ์สีเทาเข้มและสีดำ จากฝีมือของศิลปินผู้อยู่เบื้องหลังชิ้นงานโลหะ สู่นาฬิการุ่น Gravée Main ที่แต่ละเรือนจะได้รับการแกะสลักด้วยมือในยูเครนโดย Maksym Shavlak ช่างนาฬิกาและศิลปินผู้มีชื่อเสียงในการเปลี่ยนนาฬิกา

ให้กลายเป็นนาฬิกาไฮบริดที่ทันสมัย จากการใช้เครื่องมือในการให้ชีวิตใหม่แก่โลหะ “การแกะสลักตัวเรือนนาฬิกาเป็นมากกว่าการตกแต่ง แต่คือวิธีการทำให้โลหะพูดได้ โดยสิ่งที่เริ่มต้นมาจากการแลกเปลี่ยน ในด้านการออกแบบเมื่อกว่าหนึ่งปีก่อน ที่ได้กลายเป็นความร่วมมือ ทางความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มรูปแบบ และ Gravée Main ก็คือผลลัพธ์นั้น โดยทุกอย่างเริ่มต้นจากการพบปะ การสนทนา และประกายแห่งวิสัยทัศน์ร่วมกัน ที่ผมแสดงให้ LOUIS ERARD ได้เห็นว่าผมกำลังทำอะไรอยู่ และพวกเขาเห็นบางสิ่งที่ดิบ”

“และแท้จริงในงานของผม ซึ่งไม่เพียงแต่ต้องการใช้การแกะสลัก เป็นการตกแต่งทางสายตาเท่านั้น แต่พวกเขาต้องการที่จะคิดใหม่ เกี่ยวกับนาฬิกาทั้งเรือน ให้มีพื้นที่เพื่อให้โลหะได้พูด” Maksym Shavlak กล่าวถึงงานฝีมือชั้นสูง (Métiers d’Art) ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ด้วยเทคนิคสู่ Gravée Main ภายใต้แบรนด์ LOUIS ERARD ที่ได้ขยายซีรี่ส์ Métiers d’Art อีกครั้ง หลังจากเปิดตัวเทคนิคกรองฟูว์อีนาเมล, งานฝังไม้ และงานแกะสลักลายกิโยเช่ไปแล้ว โดยสองเทคนิคใหม่นี้เปิดตัวครั้งแรกในงาน GENEVA WATCH DAYS

นั่นก็คือ Gravée Main (การแกะสลักด้วยมือ) และ Fil d’Or (การฝังลวดทอง) ในโลกที่ทักษะเหล่านี้มักสงวนไว้ สำหรับนักสะสมนาฬิกาที่เข้าถึงยาก ที่ LOUIS ERARD ยังคงสร้างสะพานเชื่อมระหว่างงานฝีมือ และการสวมใส่ ประเพณีและความทันสมัย ความหายากและการเข้าถึง โดย Maksym Shavlak ช่างนาฬิกาและช่างแกะสลัก ผู้เกิดปี 1976พร้อมความศิลปินชาวยูเครน จากแหล่งกำเนิดและได้รับการฝึกฝนในยูเครน พร้อมได้รับการยกย่องในด้านพรสวรรค์ อันยอดเยี่ยมในการแกะสลักด้วยมือ โดยเขาเริ่มต้นเส้นทาง

ด้วยการซ่อมแซมนาฬิกาพกเก่าๆ เพื่อเปลี่ยนให้เป็นผลงานสร้างสรรค์ ในแบบไฮบริดที่ไม่เหมือนใคร โดยผลงานของเขาโดดเด่นด้วยความอดทน ความแม่นยำที่เปี่ยมด้วยอารมณ์ และความเคารพอย่างลึกซึ้งต่องานฝีมือแบบดั้งเดิม ซึ่งแต่ละชิ้นงานที่เขาแกะสลัก ทำขึ้นทั้งหมดในยูเครน และเป็นเครื่องแสดงความเคารพอย่างเงียบๆ แต่ทรงพลังต่อความเข้มแข็งทางวัฒนธรรม และการเกิดใหม่ทางศิลปะ ที่ทำให้โลหะกลายเป็นความทรงจำ และงานฝีมือกลายเป็นการต่อต้าน ในช่วงเวลาที่ประเทศของเขากำลังเผชิญกับความท้าทาย




