GRAND SEIKO, New Launched of 2020
หลังจากความสำเร็จในการเปิดตัวสู่ตลาดสหรัฐอเมริกามาแล้ว GRAND SEIKO จึงเดินหน้าเปิดตัวสู่ตลาดยุโรปด้วยบูติคนาฬิกา GRAND SEIKO แห่งล่าสุดที่ปลาสวังโดมในปารีส และตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์ด้วย GRAND SEIKO Studio Shizukuishi ที่ถือเป็นหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของแบรนด์
สตูดิโอแห่งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของโรงงาน SEIKO ในโมริโอกะ ที่จะแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความงดงามของนาฬิกา GRAND SEIKO ในโครงสร้างของอาคารที่มีรูปแบบทันสมัย และเต็มไปด้วยเรื่องราวของ GRAND SEIKO ตลอดช่วงเวลากว่า 60 ปีที่ผ่านมา
ในขณะเดียวกัน GRAND SEIKO ก็นำเสนอนาฬิการุ่นพิเศษในโอกาสพิเศษนี้ ด้วยนาฬิกาที่มีรูปแบบดั้งเดิมจากปี 1960 ในช่วงเวลาที่ทีมงานของ GRAND SEIKO มุ่งมั่นที่จะสร้างนาฬิกาที่มีความเที่ยงตรงมากที่สุด เท่าที่มนุษย์จะสร้างขึ้นได้และเกิดเป็นนาฬิกา GRAND SEIKO ขึ้น
นาฬิกาที่มีรูปแบบตัวเรือนบางในขนาด 38 มิลลิเมตรนี้ ผลิตในสามรูปแบบทั้งแพลทตินัม เยลโลวโกลด์ และไทเทเนียม โดดเด่นด้วยฟอนท์ GRAND SEIKO แบบดั้งเดิมที่เป็นการแกะสลักลงบนพื้นผิวหน้าปัด ทำงานด้วยกลไกไขลานคาลิเบอร์ 9S64 พร้อมพลังสำรองลานนาน 72 ชั่วโมง
เรือนต่อมาเป็นนาฬิกาที่ถือเป็นส่วนหนึ่งในตำนานของชิซุกุอิชิ ที่ซึ่งมีความโดดเด่นเรื่องงานการแกะสลัก ดังนั้นนาฬิกาเรือนนี้จึงมีหน้าปัดที่ผลิตด้วยทองคำอันแสนงดงาม จากลวดลายการแกะสลักของสตูดิโอแห่งนี้ โดยจะเป็นการผลิตแบบลิมิเต็ดเอดิชั่นเพียง 20 เรือนทั่วโลกเท่านั้น
ในขณะเดียวกัน ที่ความสามารถด้านการประดับเพชร และกลไกสปริงไดร์ฟจากชินชูว็อชสตูดิโอ ก็ถูกนำเสนอในนาฬิการุ่นใหม่พร้อมกันในโอกาสนี้ด้วย กับรูปแบบตัวเรือนที่ผลิตจากแพลทตินัม และประดับเพชร/บลูแซฟไฟร์บนหน้าปัดอย่างโดดเด่น พร้อมการผลิตแบบลิมิเต็ดเอดิชั่นเพียง 10 เรือนทั่วโลกเท่านั้น
สำหรับนาฬิกาแบบสปอร์ต ปีนี้ GRAND SEIKO ฉลองความยิ่งใหญ่ด้วยนาฬิกาไดเวอร์กลไกสปริงไดร์ฟใหม่ ที่มีความบางกว่าที่เคยเป็นในรหัสคาลิเบอร์ใหม่ 9RA5 พร้อมพลังสำรองลานที่นานยิ่งขึ้นกว่าเดิมเป็น 5 วัน และความเที่ยงตรงในระดับ +/- 15 วินาทีถึง +/- 10 วินาทีต่อเดือน โดยผลิตขึ้นเพียง 700 เรือนทั่วโลก
และสุดท้ายกับนาฬิกาที่มาพร้อม กลไกไขลานแบบไฮบีทคาลิเบอร์ใหม่ 9SA5 ซึ่งเป็นรหัสซีรี่ส์คาลิเบอร์ 9S ครั้งแรกและใช้กับนาฬิกาจาก GRAND SEIKO ในปีนี้เป็นครั้งแรกเช่นกัน พร้อมความสามารถของพลังสำรองลานนานที่ยาวนานถึง 80 ชั่วโมง และความเที่ยงตรงในระดับ +/- 5 วินาทีถึง +/- 3 วินาทีต่อวัน
นาฬิกาเรือนนี้จะเป็นนาฬิกาที่ผลิตแบบลิมิเต็ดเอดิชั่นเช่นกัน ในจำนวนการผลิตเพียง 100 เรือนทั่วโลกและจะจำหน่ายเฉพาะที่บูติคนาฬิกา GRAND SEIKO ทั่วโลกเท่านั้น ซึ่งจำนวนการผลิตของนาฬิกาเรือนพิเศษเหล่านี้ทุกรุ่นมีจำนวนไม่มาก และน่าจะเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างสูงแน่นอน
ทั้งหมดนี้น่าจะทำให้ปี 2020 ของนาฬิกา GRAND SEIKO เป็นความรุ่งโรจน์อีกครั้งของแบรนด์ หลังจากผ่านประสบการณ์ต่างๆ มากมายมาแล้วกว่า 60 ปี รวมทั้งบูติคนาฬิกา GRAND SEIKO ที่ปัจจุบันมีอยู่หลากหลายแห่งทั่วทุกเมืองสำคัญของโลก ที่มีนักสะสมและผู้ชื่นชมนาฬิกาแบรนด์นี้อยู่