iamwatch

iamwatch

  • HOME
  • WATCH RELEASES
      • THAILAND
      • WORLDWIDE
  • FEATURES
      • ARTICLES
      • WATCH REVIEWS
      • HERITAGE & HISTORY
      • THE VISIT
      • LEISURE
  • NEWS
      • THAILAND
      • WORLDWIDE
  • BY BRANDS
      • A. Lange & Söhne
      • Alba
      • Alpina
      • ALEXANDER SHOROKHOFF
      • Andreas Strehler
      • Anonimo
      • Arnold & Son
      • Ateliers deMonaco
      • Audemars Piguet
      • Azimuth
      • B.R.M.
      • Ball
      • Baume & Mercier
      • Bedat & Co
      • Bell & Ross
      • Bianchet
      • Behrens
      • Blancpain
      • Bovet
      • Breguet
      • Breitling
      • Buben & Zörweg
      • Bremont
      • Bulgari
      • Carl F. Bucherer
      • Cartier
      • Casio
      • Chanel
      • Charriol
      • Chopard
      • Christophe Claret
      • Chronoswiss
      • Citizen
      • Corum
      • CYRUS
      • De Bethune
      • deLaCour
      • DeWitt
      • Dietrich
      • Dior
      • DKNY
      • Dubey & Schalderbrand
      • Ebel
      • Edox
      • Epos
      • Erwin Sattler
      • Fabergé
      • Fendi
      • Ferragamo
      • Fortis
      • F.P. JOURNE
      • Franck Muller
      • Frédérique Constant
      • Gc
      • Girard-Perregaux
      • Giorgio Grimoldi
      • Glashütte Original
      • Graham
      • Grand Seiko
      • Schwarz Etienne
      • Greubel Forsey
      • Grönefeld
      • Gucci
      • H.Moser&Cie
      • Hamilton
      • Harry Winston
      • Hautlence
      • Hermès
      • Hublot
      • Hysek
      • HYT
      • Issey Miyake
      • IWC
      • Jacob & Co.
      • Jaeger-LeCoultre
      • Jaquet Droz
      • Junghans
      • Kerbedanz
      • Kudoke
      • Laurent Ferrier
      • L’EPÉE
      • Longines
      • Louis Moinet
      • Louis Erard
      • Louis Vuitton
      • Luminox
      • Maîtres du Temps
      • Manufacture Royale
      • Maurice Lacroix
      • MB&F
      • MCT
      • Mido
      • Mondaine
      • Montblanc
      • Movado
      • Nomos Glashütte
      • Omega
      • Orient
      • Oris
      • Panerai
      • Parmigiani Fleurier
      • Patek Philippe
      • Perrelet
      • Piaget
      • Rado
      • Ralph Lauren
      • Raymond Weil
      • Ressence
      • Richard Mille
      • Roger Dubuis
      • Rolex
      • Romain Gauthier
      • Romain Jerome
      • Seiko
      • SevenFriday
      • Sinn
      • Speake-Marin
      • Strom
      • Suunto
      • Swatch
      • TAG Heuer
      • Timex
      • Tissot
      • Tudor
      • Ulysse Nardin
      • Urwerk
      • Vabene
      • Vacheron Constantin
      • Van Cleef & Arpels
      • Victorinox Swiss Army
      • Voutilainen
      • Wenger
      • Zenith
      • Corniche
          • Corniche
      • Titoni
      • Doxa
      • BA111OD
      • Various
      • Orient Star
      • Carl Suchy
      • Favre-Leuba
  • MAGAZINE
  • ABOUT US

GRAND SEIKO Exhibition in GAYSORN VILLAGE

Twitter

 

GRAND SEIKO แบรนด์นาฬิกาชั้นนำระดับโลก จัดนิทรรศการฉลองครบรอบ 60 ปี โดยการนำนาฬิกาเรือนประวัติศาสตร์หาชมได้ยาก ส่งตรงจากพิพิธภัณฑ์ SEIKO ประเทศญี่ปุ่นมาจัดแสดงเพื่อโชว์สุนทรียภาพแห่งประกายคุณภาพ ที่แสดงให้เห็นธรรมเนียมอันเป็นแบบฉบับของนาฬิกา GRAND SEIKO ตั้งแต่เรือนแรกในยุค 1960 ตลอดจนนาฬิกาเรือนสำคัญ อันเป็นตำนานที่สร้างบทนิยามให้กับแบรนด์จวบจนปัจจุบัน โดยนิทรรศการจัดขึ้นภายใต้คอนเซ็ปท์ The Nature of Time ที่นำเสนอผ่านภาพทิวทัศน์ของแดนอาทิตย์อุทัยที่พรั่งพร้อมด้วยธรรมชาติอันงดงาม พร้อมการแสดงคาบูกิ ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงต้นตำรับของญี่ปุ่น

 

3

 

ไฮไลท์ของผลงานที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษคือ The First GRAND SEIKO ผลงานเรือนเวลารุ่นมาสเตอร์พีซเรือนแรกที่ผลิตขึ้นในวันที่ 18 ธันวาคม 1960 ที่สตูดิโอแห่งแรกของ GRAND SEIKO ที่เมืองสุวะตอนกลางของประเทศญี่ปุ่น จากแนวคิดที่ต้องการสร้างสรรค์เรือนเวลาที่สามารถตอบสนองได้ทั้งความเที่ยงตรง ความทนทาน ความสะดวกสบาย และความสวยงามสูงสุด เท่าที่มนุษย์จะสามารถสร้างสรรค์ขึ้นได้ จนกลายมาเป็นนาฬิกาที่มีตัวเรือนผลิตจากเยลโลว์โกลด์ พร้อมกลไกที่บางเฉียบแต่ความเที่ยงตรงชั้นเยี่ยม ในระดับเทียบเท่ามาตรฐานความเที่ยงตรงสูงสุดที่นานาชาติให้การยอมรับ

  

4

 

ต่อมาอีกชิ้นคือผลงานอันเป็นตำนาน จนกลายเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่ส่งทอดไปถึงการรังสรรค์นาฬิกาของ GRAND SEIKO ในยุคต่อมานั่นก็คือนาฬิการุ่น 44GS  ที่ถูกพัฒนาต่อมาในปี 1967  และถือเป็นต้นกำเนิดของ GRAND SEIKO สไตล์อย่างแท้จริง ด้วยพื้นผิวที่เรียบและเส้นเว้าโค้ง ข้างตัวเรือนสองมิติที่สมบูรณ์แบบ รวมถึงเข็มนาฬิกาและหลักชั่วโมงที่มีขนาดใหญ่และเรียบ ประกอบกับขอบมุมที่ได้รับการขัดเงาเพื่อให้สะท้อนรับกับแสงได้เป็นอย่างดี โดยมีพื้นผิวของตัวเรือนที่ให้ความเงางามดุจกระจก และสามารถสะท้อนภาพได้อย่างไม่บิดเบือนใดๆ เป็นดั่งการสะท้อนให้เห็นถึงความแม่นยำระดับสูงในทุกๆ ขั้นตอนการผลิตของแบรนด์

 

17

 

เรือนถัดมาเป็นนาฬิกาที่เปิดตัวในปี 1967 ที่รู้จักกันในชื่อของ 62GS ซึ่งเป็นนาฬิกาที่ใช้กลไกอัตโนมัติรุ่นแรก และมีการนำเสนอด้วยเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อให้เกิดความเที่ยงตรงสูงสุดตามความต้องการของผู้คนทั่วโลก โดยตัวเรือนถูกออกแบบให้มีหลายด้าน และหน้าปัดที่เปิดกว้างพร้อมกับโครงสร้างแบบไร้ขอบ รวมถึงการขัดแบบซารัทซึ ซึ่งเป็นการขัดตัวเรือนเพื่อลบเหลี่ยมมุมที่ชัดเจน ไม่เกิดการระคายเคืองกับผิวหนัง และยังทำให้มีพื้นผิวที่ราบเรียบอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของนาฬิกา GRAND SEIKO รวมไปถึงเม็ดมะยมที่ย้ายไปอยู่ในตำแหน่ง 4 นาฬิกา เพื่อแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าไม่จำเป็นต้องไขลานด้วยมือ

 

18

  

นาฬิกาที่น่าสนใจอีกเรือนได้แก่นาฬิการุ่น SBGH005 ที่เป็นนาฬิกาที่ใช้ตัวเรือนแบบ 44GS เปิดตัวในปี 2014 ดีไซน์โดดเด่นด้วยตัวเรือนสตีล พร้อมหน้าปัดสีเขียวแบบอิวาเตะแพทเทริ์น ที่เมื่อกระทบกับแสงจะเห็นเป็นลายเส้นอันสวยงาม มาพร้อมกลไกไฮ-บีทผนวกกับฟังก์ชั่นจีเอ็มทีคาลิเบอร์ 9S85 ทำงานด้วยความถี่ 36,000 รอบต่อชั่วโมง ให้ความเที่ยงตรงในระดับสูง และยังได้รับรางวัล Petit Aiguille จากการประกาศรางวัล GPGH ที่เจนีวาประเทศสวิตเซอร์แลนด์อีกด้วย

 

21

 

ปิดท้ายด้วยผลงานชิ้นเอกในรุ่น SBGC017 กับสไตล์สุดสปอร์ตที่ขับเคลื่อนด้วยกลไกสปริงไดร์ฟ เป็นนาฬิกาเรือนแรกที่ตัวเรือนมีชิ้นส่วนที่ผลิตจากเซรามิคที่ทำหน้าที่คล้ายชุดเกราะ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากชุดเกราะของซามูไร ออกแบบให้หุ้มตัวเรือนที่ผลิตจากไฮอินเทนซิตี้ไทเทเนียม ซึ่งแม้ตัวเรือนจะดูใหญ่แต่ก็มีน้ำหนักที่เบาสบายขณะสวมใส่ ทำงานด้วยกลไกอินเฮ้าส์อัตโนมัติคาลิเบอร์ 9R96 หน้าปัดสีเขียวพร้อมการตกแต่งด้วยลวดลายโมมิทรี เข้าคู่กันกับสายหนังสุดคลาสสิคที่ได้รับความนิยมตลอดกาล

  

20

 

นาฬิกา GRAND SEIKO แต่ละเรือนจะมี ‘ประกายแห่งคุณภาพ’ ที่แสนพิเศษ โดยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันได้มีการพัฒนาคุณภาพอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งระดับความเที่ยงตรงอย่างเหนือชั้น วัสดุตัวเรือน หรือแม้กระทั่งการขัดเหลี่ยมและมุมเพื่อสร้างแสงเงาที่งดงาม ทั้งหมดนี้ต่างเป็นสิ่งที่ผู้รังสรรค์ใส่ใจในทุกรายละเอียด รวมถึงดีไซน์อันล้ำสมัยแต่ยังคงกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม จนกล่าวได้ว่า GRAND SEIKO คือสุดยอดนาฬิกาที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งมาพร้อมความงามเหนือกาลเวลา และสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ครบครันอย่างแท้จริง

 

16

 

10

 

14

 

24

 

25

 

 

 

 2019GS S

 

 

 

on 16 October 2020

Cover Lile 2024 2

IAMWATCH AboutFT update2020 1

iamwatch

Login Form

  • Forgot your username?
  • Forgot your password?