IAMWATCH : WEBSITE FOR THE WATCH INDUSTRY

All New GIRARD-PERREGAUX Laureato 42 mm - 2017

เส้นทาง 30 ปีแห่งนาฬิกา CHANEL (1987-2017)

ปี 2017 นี้ นับเป็นปีที่ 30 แล้ว ที่ CHANEL แบรนด์ผลิตภัณฑ์หรูชื่อดังสร้างสรรค์นาฬิกาภายใต้แบรนด์ CHANEL สู่ข้อมือคนรักนาฬิกาและผู้ชื่นชอบเครื่องประดับเลิศหรู โดยนาฬิกาของ CHANEL นั้นล้วนถูกสร้างขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ที่ต้องการรังสรรค์นาฬิกาบนพื้นฐานการประดิษฐ์นาฬิกาชั้นสูงที่เปรียบเหมือนสิ่งประดิษฐ์อันแสนงดงามที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพจากงานฝีมือชั้นเยี่ยมและความชำนาญทางเทคนิคแห่งศาสตร์การประดิษฐ์และการตกแต่งนาฬิกา ทั้งหมดนี้ได้ผ่านบททดสอบแห่งโลกนาฬิกามาอย่างลุล่วงด้วยดีตลอดช่วงเวลา 30 ปีนับตั้งแต่เดือนตุลาคม ค.ศ.1987 มาจนถึงวันนี้ บทความนี้จะมาไล่เรียงเรื่องราวและเรือนเวลาจาก CHANEL นับตั้งแต่แรกกำเนิดจนถึงปัจจุบันให้ทุกท่านได้ทราบกันโดยสังเขป

ค.ศ. 1987: กำเนิดนาฬิกา CHANEL ด้วยคอลเลคชั่น Premièr



ในเดือนตุลาคม ปี 1987 ทางแบรนด์ผลิตภัณฑ์หรูที่ผู้คนทั่วโลกรู้จักกันดีอย่าง CHANEL ได้กระทำสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด ณ ขณะนั้น ด้วยการเปิดตัวนาฬิกาตระกูลแรกของตนสู่สายตาชาวโลก โดยใช้ชื่อคอลเลคชั่นว่า Premièr ซึ่งมีความหมายในคำนามและคำคุณศัพท์ว่า ‘เพศหญิง’ และ ‘สิ่งที่เป็นอันดับแรก’ อันเป็นชื่อที่สมฐานะและสื่อถึงสถานะและบทบาทของนาฬิกาคอลเลคชั่นนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม นั่นก็คือ การเป็นนาฬิกาแบบแรกของ CHANEL และเป็นนาฬิกาที่สร้างสรรค์ขึ้นมาสำหรับคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ

นาฬิกา Premièr มีรูปทรงคล้ายกับฝาของขวดน้ำหอมอันโด่งดังของ CHANEL อันได้แก่ CHANEL N°5 และ Place Vandôme ทำให้รูปโฉมของนาฬิกามีความอ่อนหวานแบบสุภาพสตรีด้วยความเรียบเนียนและงามสง่าพร้อมหลากหลายรูปแบบงานตกแต่งไม่ว่าจะเป็นมุก ดอกคามิลเลีย ดาวหาง ลายควิสท์ และริบบิ้น นาฬิกาตระกูลนี้จึงเป็นทั้งเครื่องบอกเวลาและเป็นเครื่องประดับที่บ่งบอกถึงสไตล์ของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดี ซึ่งทูตของแบรนด์ ณ ขณะนั้น Ines de la Fressange ก็ถ่ายทอดสารที่ทาง CHANEL ต้องการสื่อให้ผู้คนทั่วโลกรับรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

อีกประการที่ต้องย้ำก็คือ นาฬิกาจาก CHANEL นั้น ล้วนถูกออกแบบ คิดค้น พัฒนา และผลิต โดย CHANEL เอง จึงเรียกได้ว่านาฬิกาทุกเรือนต่างเป็นผลงานจากฝีมือของ CHANEL โดยแท้จริง ไม่มีการจ้างผู้อื่นผลิตให้หรือให้ใบอนุญาตกับผู้อื่นนำแบรนด์ไปผลิตจำหน่ายเหมือนอย่างที่แบรนด์ที่มีที่มาจากวงการแฟชั่นหลายๆ แบรนด์มักปฎิบัติกัน

นาฬิกา Premièr คอลเลคชั่นปัจจุบัน

Premièr Rock Red


Premièr Pop Turquoise


Premièr Pop Pink



ค.ศ. 2000: ปฏิวัติวงการนาฬิกาด้วย J12 นาฬิกาตัวเรือนและสายเซรามิกสีดำ

ในปี 2000 CHANEL ได้นำโลกแห่งนาฬิกาเข้าสู่สหัสวรรษใหม่ด้วยตระกูล J12 ซึ่งทั้งตัวเรือนและสายดีไซน์เข้มแข็งนั้นผลิตขึ้นจากวัสดุไฮเทคเซรามิกสีดำสนิทเงาวาว ที่สามารถปรับให้เข้ากับอุณหภูมิของร่างกายได้อย่างเป็นธรรมชาติ สร้างความสบายยามสวมใส่แตกต่างจากวัสดุโลหะทั้งปวง และด้วย J12 เซรามิกสีดำในวันนั้น ก็ทำให้นาฬิกาเรือนสีดำกลายเป็นดีไซน์ที่สำคัญยิ่งในโลกนาฬิกาที่ไม่ว่าแบรนด์ใดต่างก็ผลิตออกมาจำหน่ายกันตราบจนถึงทุกวันนี้ แต่ยังคงมีเพียงไม่กี่แบรนด์เท่านั้นที่นำวัสดุไฮเทคเซรามิกมาใช้อย่างเช่น CHANEL ปฏิบัติ

ค.ศ. 2003: เสริมความเข้มแข็งให้คอลเลคชั่น J12 ด้วยวัสดุเซรามิกสีขาว

มาถึงปี 2003 CHANEL ก็ได้บุกเบิกเทรนด์ใหม่ของโลกนาฬิกากันอีกครั้งด้วย J12 ที่ใช้วัสดุไฮเทคเซรามิกสีขาวบริสุทธิ์มาสร้างเป็นตัวเรือนและสาย และก็ทำให้นาฬิกาสีขาวกลายเป็นเทรนด์ยอดนิยมที่หลายแบรนด์ต่างผลิตตามออกมาจำหน่ายกัน

ค.ศ. 2005: สู่โลกนาฬิกาจักรกลระดับสูงด้วย J12 Tourbillon และ J12 Mysterious Retrograde

ห้าปีหลังจากเปิดตัวคอลเลคชั่น J12 CHANEL ก็ช็อควงการนาฬิกาโลกอีกครั้งด้วยการเปิดตัวนาฬิกา J12 รุ่นที่ใช้กลไกที่มีความซับซ้อนตามแบบฉบับกลไกจักรกลระดับสูง นั่นก็คือ รุ่น J12 Tourbillon ที่ใช้กลไกที่ทรงอานุภาพความแม่นยำด้วยจักรกลตูร์บิยอง และรุ่น J12 Mysterious Retrograde ที่นำเสนอการแสดงเวลาแบบเรโทรเกรดด้วยจักรกลที่ออกแบบขึ้นมาโดยเฉพาะ ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้ก็ทำให้ CHANEL ก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ผลิตนาฬิการะดับสูงอย่างเต็มภาคภูมิ และถึงแม้ว่าจะเป็นนาฬิกาที่ใช้กลไกจักรกลระดับสูง แต่ก็ยังคงให้ภาพรวมที่สอดคล้องกับดีไซน์ของนาฬิกาได้อย่างไร้ที่ติด ทั้งนี้ก็เนื่องมาจากการประสานการทำงานกันอย่างใกล้ชิดระหว่างฝ่ายเทคนิคที่ยึดมั่นปฏิบัติตามแบบแผนการประดิษฐ์นาฬิกาดั้งเดิมของสวิสและฝ่ายออกแบบที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์อันไร้ขอบเขตในทุกขั้นตอนตั้งแต่เริ่มวางคอนเซ็ปต์

นับจากปี 2000 มาจนถึงปัจจุบัน ทาง CHANEL ได้มีการผลิตนาฬิกา J12 รุ่นต่างๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งสำหรับคุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย โดยมีทั้งรุ่นที่ผลิตเฉพาะฤดูกาลและรุ่นโปรดักชั่นมาตรฐานปกติ และล่าสุดก็ได้มีการออกรุ่นไซส์ขนาดเล็ก XS ที่เน้นความอ่อนหวานตามแบบฉบับสุภาพสตรีมาจำหน่ายด้วย

นาฬิกา J12 รุ่นต่างๆ

J12 Automatic แบบตัวเรือนและสายเซรามิกสีดำ หน้าปัดสีดำ



J12 Automatic แบบตัวเรือนและสายเซรามิกสีขาว หน้าปัดสีขาวร่วมกับวงแหวนผิวกระจกเงา


J12 Automatic แบบตัวเรือนและสายเซรามิกสีขาว หน้าปัดสีขาว หลักชั่วโมงและเข็มสีดำ


J12 กลไกควอตซ์ แบบตัวเรือนเซรามิกสีดำ หน้าปัดสีดำ สายสีดำ


J12 กลไกควอตซ์ แบบตัวเรือนและสายเซรามิกสีขาว หน้าปัดสีขาวพร้อมหลักชั่วโมงประดับเพชร เสริมความหวานด้วยสีชมพูบนเลขหลักชั่วโมง จุดหลักชั่วโมง และบนเข็ม



ค.ศ. 2012: ฉลองครบ 25 ปีแห่งการผลิตนาฬิกาของ CHANEL ด้วยนาฬิกา Premièr Flying Tourbillon และการเปิดตัวนาฬิกาสำหรับคุณผู้หญิงคอลเลคชั่นใหม่ Mademoiselle Privé

ในปี 2012 ซึ่งเป็นวาระครบ 25 ปีแห่งการผลิตนาฬิกาของ CHANEL นั้น ทางแบรนด์ได้สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับวงการด้วยนาฬิกาสำหรับสุภาพสตรีรุ่น Premièr Flying Tourbillon ซึ่งเป็นการนำคุณผู้หญิงเข้าสู่โลกของกลไกจักรกลระดับสูงด้วยนาฬิกาทรงอานุภาพที่ออกแบบมาสำหรับคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ และนาฬิการุ่นนี้ก็เป็นรุ่นแรกของ CHANEL ที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติจาก GPHG (Grand Prix d’ Horlogerie de Genève) ในสาขานาฬิกาสำหรับผู้หญิง ประจำปี 2012 จากนั้นในปีถัดมา CHANEL ก็ตอกย้ำคอนเซ็ปต์นี้กันอีกครั้งด้วยนาฬิกาตูร์บิยองที่เสริมความงามหรูหราแบบสุภาพสตรีชั้นสูงด้วยการประดับตกแต่งบนหน้าปัดด้วยเพชรเลอค่าในรูปแบบดอกคามิลเลียหรือดาวหาง

นอกจากนี้ ในปี 2012 CHANEL ยังได้เปิดตัวนาฬิกาคอลเลคชั่นใหม่ Mademoiselle Privé ซึ่งเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งรูปแบบหน้าปัดที่งามวิจิตรไม่เหมือนใครและเทคนิคการตกแต่งที่นำเสนอซึ่งล้วนแต่เป็นงานฝีมือชั้นสูง ไม่ว่าจะเป็นงานทองคำ งานประดับเพชร งานประดับมุก งานเคลือบเงา งานสกัด งานแกะสลัก หรือการสร้างสรรค์งานตกแต่งในรูปแบบใหม่ๆ อันเป็นการประกาศถึงความสามารถในศาสตร์การตกแต่งหลากหลายแขนงของ CHANEL และก็ทำให้รุ่น Mademoiselle Privé Camélia Brodé ซึ่งใช้หน้าปัดที่ตกแต่งด้วยเส้นไหมย้อมสีโดยใช้เทคนิค “เส้นไหมระบายสี หรือ นีเดิล เพ้นท์ติ้ง” เป็นนาฬิการุ่นที่สองของ CHANEL ที่ได้รับรางวัลจาก GPHG โดยเป็นรางวัลประจำปี 2013 ในสาขางานศิลปะ

Mademoiselle Privé Coromandel Glyptique


ค.ศ. 2015: เปิดตัวนาฬิกาคอนเซ็ปต์ใหม่ BOYFRIEND

CHANEL นั้นไม่เคยหยุดสร้างสิ่งใหม่ให้กับวงการ โดยในปี 2015 ก็ได้เปิดตัวคอลเลคชั่น BOYFRIEND ที่เป็นการนำลักษณะเด่นของเพศชายกับเพศหญิงมาผสมผสานหล่อหลอมจินตนาการเป็นนาฬิกาสำหรับคุณผู้หญิงโดยเฉพาะ หากแต่เป็นนาฬิกาสำหรับผู้หญิงที่มีรูปลักษณ์เหมือนผู้ชาย ซึ่งสร้างความประหลาดใจพร้อมกับเสียงชื่นชมและตอบรับอย่างยอดเยี่ยมจากผู้หญิงสมัยใหม่ และในปีถัดมาก็มีการออกเวอร์ชั่น BOYFRIEND Tweed ที่ติดตั้งมากับสายข้อมือที่ถักทอเส้นโลหะอย่างพิถีพิถันเป็นดีไซน์สุดเก๋ไก๋ซึ่งมีลายของผ้าทวีดเป็นแรงบันดาลใจ ทั้งยังมีความยืดหยุ่นสวมใส่สบายเป็นจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งด้วย

BOYFRIEND แบบตัวเรือนสตีล หน้าปัดโทนสีดำ คู่กับสายหนังจระเข้สีดำ


BOYFRIEND แบบตัวเรือนไวท์โกลด์ หน้าปัดสีเงิน ประดับเพชรบนขอบตัวเรือนและหน้าปัด คู่กับสายหนังจระเข้สีดำ


BOYFRIEND แบบตัวเรือนเบจโกลด์ หน้าปัดสีเงิน เข็มสีทอง ประดับเพชรบนขอบตัวเรือนและหน้าปัด คู่กับสายหนังจระเข้สีดำ


BOYFRIEND Tweed แบบตัวเรือนสตีล ประดับเพชรบนขอบตัวเรือน หน้าปัดโทนสีดำ คู่กับสายโลหะสีดำถักทอแบบลายทวีด



ค.ศ. 2016: ก้าวสู่สถานะผู้ผลิตนาฬิกาโดยสมบูรณ์ ด้วยการเปิดตัวกลไกจักรกลอินเฮ้าส์ Calibre 1



ในปี 2016 เป็นอีกหลักไมล์สำคัญของนาฬิกา CHANEL เพราะเป็นปีที่ทางแบรนด์เปิดตัวกลไกจักรกลอินเฮ้าส์ ที่ผลิตขึ้นด้วยตนเอง สู่สายตาชาวโลก กลไกนี้ให้ชื่อว่า Calibre 1 (คาลิเบอร์ วัน) โดยจัดวางมาในนาฬิกาคอลเลคชั่นใหม่ที่เปิดตัวออกมาพร้อมกัน ซึ่งเป็นนาฬิกาแบบแรกที่ CHANEL ออกแบบขึ้นมาสำหรับคุณผู้ชายโดยเฉพาะ นั่นก็คือ Monsieur de CHANEL



กลไก Calibre 1 นี้ มีการแสดงเวลาที่แตกต่างออกไปจากกลไกที่ใช้ในรุ่นอื่นๆ กล่าวคือ เป็นกลไกที่แสดงชั่วโมงด้วยตัวเลขบนจานดิสก์ที่เคลื่อนขยับแบบจัมปิ้งหรือก้าวกระโดดให้อ่านค่าผ่านช่องหน้าต่าง ณ ตำแหน่ง 6 นาฬิกา ร่วมกับเข็มนาทีแบบเรโทรเกรดที่จะตีกลับมาเริ่มใหม่เมื่อครบชั่วโมง พร้อมแสดงวินาทีด้วยเข็มขนาดเล็ก

Monsieur de CHANEL แบบตัวเรือนเบจโกลด์ หน้าปัดโทนสีเงิน





Monsieur de CHANEL แบบตัวเรือนไวท์โกลด์ หน้าปัดสีดำ



ค.ศ. 2017: 30 ปีแห่งเรือนเวลาจาก CHANEL

เนื่องด้วยปี 2017 นี้ เป็นปีที่ 30 แห่งการผลิตนาฬิกาของ CHANEL ทางแบรนด์จึงตั้งใจเฉลิมฉลองด้วยการเปิดตัวนาฬิกา Premièr รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นการนำเอาดีไซน์ของ Premièr มาออกแบบใหม่พร้อมกับยกระดับขึ้นสู่การเป็นนาฬิการะดับสูงโดยนำเอากลไกรูปแบบสเกเลตันที่ฉลุโครงเป็นลวดลายดอกคามิลเลีย ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ประจำแบรนด์ CHANEL พร้อมประดับตกแต่งด้วยเพชรเรียงรายทั้งบนโครงกลไก บนขอบตัวเรือน และบนเม็ดมะยม อันเป็นการแสดงถึงความยอดเยี่ยมของสตูดิโอออกแบบ ฝ่ายตกแต่ง และฝ่ายเทคนิคกลไกของแบรนด์



Premièr Skeleton Sertie

และในปี 2017 นี้ CHANEL ก็จะเปิดตัวนาฬิการุ่นใหม่ที่เน้นความงามของหนึ่งในสัญลักษณ์ที่เป็นที่จดจำได้มากที่สุดของแบรนด์ ออกมาด้วย แต่จะมีรูปโฉมที่ตรึงตาตรึงใจเพียงใดนั้น คงต้องอดใจรอชมกันในอีกไม่นานนี้

By: Viracharn T. on 14 Mar 2017