IAMWATCH : WEBSITE FOR THE WATCH INDUSTRY

TO BE FREE

ปลดปล่อยเพื่ออิสรภาพ ep14 - NOT SO EASY... TO BE FREE (SIHH 2016)

อย่างที่รู้ๆ กันอยู่ว่างานนาฬิการะดับโลกอย่าง SIHH หรือ Salon International de la Haute Horlogerie ที่มีแม่งานหลักคือกลุ่ม Richemont ปักหมุดยึดหัวหาดเมืองสำคัญอย่างเจนีวาเพื่อจัดแสดงงานนาฬิกานี้ในแบบของตัวเองมากว่า 25 ปี โดยยืนหยัดอยู่ได้อย่างงดงามและสง่าผ่าเผย มีอันต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งในปี 2016 ที่แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องใหญ่นัก แต่ก็น่าติดตามและน่าคิดตามว่าจะมีอะไรต่อเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงนี้







          เชื่อแน่ว่าผู้อ่านที่ถือนิตยสารเราอยู่ในขณะนี้รู้ดีว่า IAMWATCH มักจะมีแนวโน้มในการนำเสนอ เรื่องราวของวงการนาฬิกาที่แตกต่างจากแหล่งอื่นๆ ดังนั้นผมจึงไม่ลังเลที่จะหยิบยกเรื่องการเปลี่ยนแปลงของงาน SIHH ที่เกิดขึ้นในปี 2016 มาตีความในหลากหลายแง่มุมภายใต้บริบทของ TO BE FREE

          ตลอดกว่า 25 ปีที่ผ่านมาของงาน SIHH ที่นำโดยกลุ่ม Richemont ซึ่งมีพื้นเดิมจากกลุ่ม Vendome มีนโยบายจัดแยกการแสดงจากเดิมที่มีเพียงงาน Baselworld ซึ่งจัดที่เมืองบาเซิลในทุกปี และย้ายมาจัดที่เจนีวาอันนับได้ว่าเป็นหนึ่งในเมืองหลวงของวงการนาฬิกาเช่นเดียวกัน โดยงาน SIHH นี้มีรูปแบบของการจัดงานที่แตกต่างจากงาน Baselworld อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์นาฬิกาที่มีความเข้าใจในรูปแบบ การจัดแสดงแบบเดียวกันคือเน้นและเพิ่มความหรูหราให้มากขึ้น โดยรูปแบบการเข้างานจะมีแต่การเชิญเข้าเท่านั้น หรือการตระเตรียมงานการพรีเซนต์ของแต่ละแบรนด์ในแต่ละภาษาอย่างมีระบบระเบียบที่ชัดเจน นอกจากนี้อีกไฮไลต์สำคัญของงานคือ การเลี้ยงทุกผู้คนที่เข้าสู่งานตั้งแต่แชมเปญชั้นดี ไวน์ชั้นเลิศ รวมไปถึงบรั่นดีต่างๆ ที่ยังไม่นับรวมไปถึงอาหารรสเลิศที่ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนและพร้อมเสิร์ฟให้กับทุกๆ คนที่เข้าสู่ งานนี้ การปรับเปลี่ยนมุมมองของการจัดแสดงงาน SIHH ในยุคเริ่มต้นนั้นน่าจะกล่าวได้ว่าฉีกแนวการนำเสนอได้อย่างน่าทึ่งและใช้เงินลงทุนในระดับสูง แต่ก็นำพาแบรนด์ต่างๆ โดยเฉพาะกลุ่ม Richemont ติดลมบนในตลาดซึ่งรวมไปถึงระดับราคาและมูลค่าของตลาดนาฬิกาที่สูงขึ้นจนต่างจากเมื่อ 25 ปีที่แล้วอย่างลิบลิ่ว









 

 

          ในขณะเดียวกันกับที่ตลอด 25 ปีทึ่ผ่านมา ก็มีแบรนด์นาฬิกาต่างๆ ที่ไม่ใช่แบรนด์ของกลุ่ม Richemont เคยแวะเวียนเข้ามาและออกจาก SIHH อย่างต่อเนื่อง แม้จะไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงในทุกปีแต่ก็เรียกได้ว่าเป็นการขยับทีละนิดทีละหน่อยตลอดเวลาที่ผ่านมาเกือบทุกปี ซึ่งเรื่องนี้ถือเป็นนโยบายสำคัญของงาน SIHH ที่เน้นแบรนด์ที่มีสายความสัมพันธ์ด้านใดด้านหนึ่งมาจัดแสดงร่วมกัน ซึ่งก็เป็นอย่างที่แจ้งไปก่อนหน้านี้คือ มีการเข้าและมีการออกอยู่บ้างในหลายต่อหลายปี แต่ยังไม่เคยมีช่วงเวลาใดที่ทาง SIHH จะเชื้อเชิญแบรนด์นอกสายอย่างกลุ่มอินดี้เข้าร่วมดังเช่นงานประจำปี 2016 ที่ผ่านมา ซึ่งผลที่ออกมาก็คือกลุ่ม Carré des Horlogers ที่ต้องเรียกว่ากลุ่มการจัดทัพใหม่ของงาน SIHH โดยในปี 2016 นั้นประกอบไปด้วย Christophe Claret, De Bethune, H. Moser & Cie, Hautlence, HYT, Kari Voutilainen, Laurent Ferrier, MB&F และ Urwerk โดยยังคงกลุ่ม Exhibitor เดิมคือ A. Lange & Söhne, Audemars Piguet, Baume & Mercier, Cartier, Greubel Forsey, IWC, Jaeger LeCoultre, Montblanc, Officine Panerai, Parmigiani Fleurier, Piaget, Richard Mille, Roger Dubuis, Vacheron Constantin และ Van Cleef & Arpels ไว้เหมือนเดิม โดยที่ในขณะที่พิมพ์ต้นฉบับนี้ มีการแจ้งอย่างเป็นทางการแล้วว่ากลุ่ม Carré des Horlogers ในงาน SIHH 2017 จะมีเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 2 แบรนด์แล้ว นั่นก็คือ Speake-Marin และ Ulysse Nardin

          ภาพการเปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ไม่ว่าจะถูกมองในมุมไหน อย่างเช่นการลดคู่แข่งทางการค้าเนื่องจากแบรนด์อินดี้ทั้งหลายเคยอาศัยจัดแสดงงานในช่วงเวลาเดียวกันตามโรงแรมระดับหรูต่างๆ ตลอดกว่า 10 ปีที่ผ่านมาและบั่นทอนเนื้องานบางส่วนของงาน SIHH ไปบ้าง หรือกระแสข่าวเรื่องการเหลือพื้นที่จากเดิมที่เคยเป็นของ Dunhill (อยู่ในกลุ่ม Richemont แต่เลิกทำตลาดนาฬิกาไปแล้ว) ที่ส่งมอบสู่ Ralph Lauren (ที่ยังคงทำตลาดนาฬิกาอยู่แต่ไม่ได้เข้าร่วมงานแสดงนาฬิกาแล้ว) หรือแม้กระทั่งกระแสการเลือกแบรนด์ใหม่ๆ เข้าสู่กลุ่มเพิ่มเติม ซึ่งระยะหลังมักเป็นการเข้าร่วมหุ้นในสัดส่วนที่เริ่มจากเล็กๆ ไปจนถึงใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ที่ยังไม่นับรวมไปถึงความร่วมมือในด้านการพัฒนากลไกหรือใช้ชิ้นส่วนกลไก หรือแม้กระทั่งการจ้างผลิตกลไกเพิ่มเติม ซึ่งต่างก็ส่งผลพลอยได้ให้ตกสู่มือแบรนด์นาฬิกาแบบอินดี้ที่ต้องการเฉพาะสัดส่วนการจัดแสดงที่เล็กแต่ทำให้เกิดผลสูงสุด ซึ่งสุดท้ายแล้วก็น่าจะเป็นผลดีให้กับงาน SIHH เองในอนาคต

 









 

  



          ดังนั้นภาพความครึกครื้นด้านหน้าของงานเมื่อเข้าสู่งานแล้ว ที่เคยเป็นบริเวณเรียบหรูโล่งๆ ก็กลับกลายเป็นการรวมกลุ่มของผู้ผลิตนาฬิกาและช่างนาฬิกาที่ต่างก็สนุกกับการพูดคุยและแวะเวียนเยี่ยมเยียนกัน พร้อมๆ กับคนของแบรนด์อินดี้ที่ต้องวิ่งรอกกันเพื่อผลัดเปลี่ยนทำพรีเซนเทชั่นตามกำหนดการของงาน SIHH ที่ต้องเรียกโดยรวมว่าจะเป็นการสร้างความแปลกใหม่ให้กับงาน SIHH อีกมากในปีต่อๆ ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนึกไปถึงแบรนด์อย่าง Ulysse Nardin ที่จะเข้าร่วมจัดแสดงในปี 2017 ภายใต้กลุ่ม Kering ซึ่งปัจจุบันมี Girard-Perregaux และ Jean Richard อยู่ในมือ ยิ่งทำให้นึกไปได้ว่างานแสดงนาฬิกาอย่าง SIHH จะยังสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบไปได้อีกไม่น้อย ซึ่งแน่นอนว่าแม้จะเป็นอิสระทางด้านแนวคิด แต่ก็ต้องเรียกว่าไม่อาจแน่ใจในความอิสระด้านแนวทางการตลาดได้ง่ายๆ เพราะอย่างน้อยที่สุดค่าใช้จ่ายและข้อจำกัดของงาน SIHH ก็ยังคงเป็นตัวตั้งสำคัญให้กับแบรนด์นาฬิกาสายนี้อยู่ไม่น้อย ซึ่งยังไม่รวมความไปถึงผลกระทบของแบรนด์ต่างๆ ในกลุ่ม Richemont ที่อาจถูกแย่งซีนไปได้ง่ายๆ อย่างไม่ได้ตั้งใจ

          แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็ต้องขอปรบมือให้กับแนวคิดที่ฉีกจากเดิมนี้ เพราะเชื่อเหลือเกินว่า SIHH จะยังคงมีความคิดที่จะจรรโลงให้วงการนาฬิกาเติบโตต่อไปอย่างยั่งยืนโดยไม่จำกัดไว้เฉพาะแนวคิดจากแบรนด์ของกลุ่ม Richemont เท่านั้น
IAMWATCH   โทร: 21 ธ.ค. 59 - 03:51 A.M.

 
ข้อความ :
 
ชื่อ : *
เบอร์โทร :
อีเมล์ : *
 
Sequrity Code : *