INTERESTING PIECES FROM BASELWORLD 2014 (PART I) - นาฬิกาน่าสนใจจากงานบาเซิลเวิลด์ 2014 (ตอนที่ 1)

 

นาฬิกาน่าสนใจจากงานบาเซิลเวิลด์ 2014 (ตอนที่ 1)

 

และแล้วบาเซิลเวิลด์ งานแสดงนาฬิกาครั้งยิ่งใหญ่ประจำปีที่เมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ประจำปี 2014 ก็ได้ถูกจัดขึ้นเป็นที่เรียบร้อยเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา คอนาฬิกาที่เฝ้ารอดูว่าปีนี้จะมีนาฬิกาอะไรใหม่ๆ มาให้จับจองเป็นเจ้าของบ้าง ก็คงจะได้เห็นกันไปแล้วจากข้อมูลในอินเตอร์เน็ตที่ลงกันแบบแทบจะทันทีที่ผู้สื่อข่าวได้พบเห็นด้วยเทคโนโลยีแห่งการสื่อสารที่เรียกว่ารายงานกันได้สดๆ จากที่งานกันเลย บทความนี้ทางเราได้รวบรวมนาฬิกาจากแบรนด์ต่างๆ ที่เราได้คัดสรรกันแล้วว่าน่าจะเป็นที่สนใจต่อแฟนๆ นาฬิกาในประเทศไทยมาให้ชมกัน โดยภายในปีนี้ทางผู้แทนจำหน่ายของแบรนด์เหล่านี้ก็คงจะทยอยนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยกันอย่างแน่นอน มาชมกันเลยดีกว่าครับ อ้อ และ ณ ที่นี้เราจะเน้นไปที่นาฬิกาที่มีราคาไม่สูงจนเกินกว่าคนทั่วไปที่มิใช่นักสะสมนาฬิกากระเป๋าหนักจะเป็นเจ้าของได้นะครับ เอาเป็นว่าอยู่ในช่วงราคาระหว่างหลักหมื่นจนถึงไม่เกินหนึ่งล้านบาทครับ

 

 

ALPINA Alpiner 4 GMT/24H

 

Alpina

 

 

ตัวเรือนสตีล ขนาด 44 มิลลิเมตร, สาย: หนังจระเข้ หรือสายสตีล

 

หน้าปัด: ลายซันเรย์ สีเงินหรือสีดำ, กลไก: อัตโนมัติ, ฟังก์ชั่น: จีเอ็มที, วันที่

จุดเด่น
: เป็นนาฬิกาฟังก์ชั่นจีเอ็มที ซึ่งก็คือการมีเข็มแสดงเวลาเพิ่มมาอีกเข็มหนึ่งเพื่อแสดงค่าเวลาอีกค่าเวลาหนึ่งอันเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการใช้งานในต่างประเทศเพราะจะทราบเวลาที่ประเทศของตนได้ด้วยโดยไม่ต้องมาคิดคำนวณให้เสียเวลา โดยรุ่นนี้จะเป็นการแสดงค่าจีเอ็มทีด้วยเข็มกลางปลายศรแดงที่อ่านค้าได้อย่างชัดเจนและจะหมุนรอบละ 24 ชั่วโมงเพื่อมิให้ต้องสับสนว่าเวลาที่ประเทศของตน ณ ขณะนั้นจะเป็นกลางวันหรือกลางคืน อีกทั้งรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับสเกลบนขอบหน้าปัดที่สามารถหมุนเพื่อคำนวณหาทิศได้อีกด้วย โดยตัวเลข 36 ก็คือ 360 องศานั่นเอง นับเป็นครั้งแรกวิธีการหาทิศแบบนี้ถูกนำมาใช้กับนาฬิกา

 

 

 

BRAUN Classic GMT world timer

 

 

Braun

 

 

ตัวเรือน: สตีล หรือสตีลเคลือบดำ, สาย: หนัง, กลไก: ควอตซ์ฟังก์ชั่น: จีเอ็มที, วันที่

จุดเด่น
นาฬิกาดีไซน์สวยสไตล์มินิมัลลิสท์แบบเยอรมนีอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ BRAUN ที่เป็นครั้งแรกกับการใช้กลไกฟังก์ชั่นจีเอ็มทีซึ่งสามารถบอกเวลาได้อีกค่าเวลาหนึ่ง โดยจะใช้เข็มกลางที่เคลื่อนที่รอบละ 24 ชั่วโมงอีกเข็มหนึ่งทำหน้าที่บอกเวลา ณ ประเทศของตน เรียบง่าย ทันสมัย และทรงคุณประโยชน์ คือคำจำกัดความของนาฬิการุ่นนี้ครับ

 

 

 

BVLGARI Octo Solotempo

 Bulgari

ตัวเรือน: สตีล หรือพิ้งค์โกลด์ ขนาด 38 มิลลิเมตร, สาย: หนังจระเข้, สตีล หรือสตีลสลับพิ้งค์โกลด์

หน้าปัด
แล็กเกอร์สีดำ หรือสีขาว, กลไก: อัตโนมัติ แสดงวันที่

จุดเด่น
: เรียบง่าย หรูหรา เปี่ยมรสนิยม คงเป็นนิยามแทนความหมายของนาฬิกาดีไซน์หมดจดงดงามรุ่นนี้ได้อย่างดีที่สุด ความเฉียบขาดนั้นอยู่ที่รูปทรงตัวเรือน Octo อันสุดแสนคลาสสิกและทรงเอกลักษณ์ซึ่งเมื่อผนวกกับความเกลี้ยงเกลาของหน้าปัดที่จัดวางองค์ประกอบได้อย่างลงตัวสะอาดตาแล้ว ช่างน่านำมาสวมใส่เสียจริงๆ โดยมีให้เลือกทั้งในแบบเรียบขรึมสายหนัง แบบเรียบหรูในแบบสายสตีล และแบบหรูหราในแบบทูโทนซึ่งใช้หลักชั่วโมง เข็ม เม็ดมะยม และข้อสายเป็นพิ้งค์โกลด์

 

 

 

CHOPARD Grand Prix de Monaco Historique Automatic

Chopard

 

ตัวเรือน: ไทเทเนี่ยม ขนาด 44.5 มิลลิเมตร, สาย: หนังบาเรเนียสีดำ หรือสายผ้านาโต้สีดำ-เหลือง

หน้าปัด
: สีเงินลายสเนลด์ ขอบหน้าปัดสีเหลือง, กลไก: อัตโนมัติ ความเที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์ แสดงวันที่

จุดเด่น
: เป็นซีรี่ส์ใหม่ของนาฬิกาสปอร์ตจาก CHOPARD ที่ออกแบบขึ้นใหม่โดยนำแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากรายการการแข่งขันรถยนต์กรังด์ปรีซ์สุดคลาสสิกในโมนาโก กรังด์ปรีซ์ เดอ โมนาโก ฮิสทอริก” ซึ่ง CHOPARD เป็นผู้ร่วมสนับสนุน ดีไซน์ของนาฬิกามีความสดใสมีชีวิตชีวาด้วยการนำสีเหลืองมาใช้ในรายละเอียดงานตกแต่งทั้งบนหน้าปัดและสาย ทำงานด้วยกลไกที่เดินอย่างแม่นยำสุดๆ ซึ่งผ่านการรับรองความเที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์จาก COSC เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แถมยังสวมใส่สบายด้วยน้ำหนักที่เบามากๆ ของตัวเรือนไทเทเนี่ยมอีกต่างหาก

 

 

 

CITIZEN Eco-Drive Satellite Wave F100

Citizen

ตัวเรือน: ไทเทเนี่ยม ขนาด 45.4 มิลลิเมตร, สาย: ไทเทเนี่ยม, หน้าปัด: สีดำหรือสีเงิน

กลไก
: ควอตซ์ อีโค-ไดรฟ์, ฟังก์ชั่น: เวิลด์ไทม์, แสดงวันกับวันที่, แสดงกำลังสำรอง

จุดเด่น
: รูปโฉมสไตล์นาฬิการ่วมสมัยดูเรียบง่ายของนาฬิการุ่นนี้ ถูกบรรจุเอาไว้ด้วยกลไกสุดล้ำยุคที่แสดงค่าเวลาได้อย่างเที่ยงตรงสุดๆ ด้วยการรับสัญญาณเวลาโดยตรงจากระบบดาวเทียม ซึ่งก็ทำให้แสดงค่าวันกับวันที่ได้อย่างถูกต้องโดยไม่ต้องการการปรับตั้งใดๆ ด้วย ทั้งยังมากับฟังก์ชั่นเวิลด์ไทม์ที่สามารถแสดงค่าเวลาได้ถึง 40 เมืองทั่วโลกอีกต่างหาก ที่สำคัญอีกอย่างก็คือ เป็นกลไกอีโค-ไดรฟ์ ที่ทำงานด้วยพลังงานแสง ซึ่งทำให้ไม่ต้องคอยเปลี่ยนแบตเตอรี่ และมากับฟังก์ชั่นแสดงกำลังสำรองที่ทำให้ทราบว่าเมื่อใดควรนำนาฬิกาออกมาชาร์จแสงด้วย เป็นการประยุกต์เทคโนโลยีให้เหมาะกับการใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยม

 

 

 

LUMINOX ANU Series

Luminox

 

ตัวเรือน: คาร์บอน รีอินฟอร์ซด์ โพลีคาร์บอเนตสีดำ กันน้ำได้ 200 เมตร, สาย: ยางหรือผ้าสีดำ

หน้าปัด
: สีดำ, กลไก: ควอตซ์ แสดงวันที่

จุดเด่น
: มาในแบบนาฬิกาสไตล์ลุยๆ อันเป็นรูปแบบยอดนิยมของ LUMINOX แต่คราวนี้เป็นซีรี่ส์ ANU ซึ่งย่อมาจาก “Authorized for Navy Use” อันหมายถึงเป็นนาฬิกาที่ผ่านมาตรฐานการทดสอบและความต้องการอันเข้มข้นทางการทหารเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เป็นการการันตีถึงคุณภาพและประสิทธิภาพของนาฬิกาซีรี่ส์นี้ได้เป็นอย่างดี และแน่นอนว่าบนหน้าปัดจะต้องมากับหลักชั่วโมงกับเข็มที่ติดตั้งหลอดเรืองแสงซึ่งมองเห็นได้ชัดเจนในยามค่ำคืนอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ด้วย

 

 

 

MAURICE LACROIX Pontos S Supercharged

 

Maurice

 

ตัวเรือน: สตีล หรือสตีลเคลือบพีวีดีสีแอนทราไซต์ ขนาด 48 มิลลิเมตร กันน้ำได้ 200 เมตร

สาย
: หนังวัวเย็บประกบกับหนังผสมยาง, หน้าปัด: สีดำ

กลไก
: อัตโนมัติโครโนกราฟ, ฟังก์ชั่น: จับเวลา 12 ชั่วโมง, แสดงวันที่

จุดเด่น
: เป็นนาฬิกาดำน้ำขนาดโอเวอร์ไซส์ ใหญ่ที่สุดของตระกูล Pontos เท่าที่ทางแบรนด์เคยผลิตออกมา มีความบึกบึนน่าเกรงขามไปพร้อมๆ กับรูปลักษณ์และรายละเอียดการใช้สีสันตกแต่งที่สวยงาม โดดเด่นด้วยสเกลดำน้ำที่อยู่บนขอบหน้าปัดซึ่งเป็นระบบเฉพาะที่ทางแบรนด์ออกแบบให้สามารถหมุนปรับได้อย่างสะดวกด้วยเม็ดมะยม ณ ตำแหน่ง 2 นาฬิกาซึ่งใช้ร่วมกับปุ่มกดโครโนกราฟของกลไกชั้นเยี่ยมจาก ETA

 

 

 

NOMOS Metro Datum Gangreserve

 

Nomos

ตัวเรือนสตีล ขนาด 37 มิลลิเมตร, สาย: หนังม้าสีดำ

หน้าปัด
: สีเงินขาว, กลไก: ไขลาน, ฟังก์ชั่น: แสดงวันที่, แสดงกำลังสำรอง

จุดเด่น
นาฬิกาคอลเลคชั่นใหม่ของ NOMOS รุ่นนี้ นอกจากดีไซน์ของตัวเรือนแบบร่วมสมัยที่ออกแบบขึ้นใหม่แล้ว ยังมาพร้อมกับก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งของแบรนด์ นั่นก็คือการใช้กลไกไขลานเครื่องใหม่ที่พัฒนาและผลิตชิ้นส่วนเกือบทั้งหมดขึ้นภายในโรงงานของตนเองในแบบที่เรียกว่าแทบจะอินเฮ้าส์ 100กันเลย ทั้งยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นแสดงวันที่และฟังก์ชั่นแสดงกำลังสำรองอีกด้วย

 

 

 

OMEGA Speedmaster Mark II

 

Omega1

 

ตัวเรือน: สตีล ขนาด 42.4 x 46.2 มิลลิเมตร, สาย: สตีล

หน้าปัด
: สีดำด้าน หรือสีเทาด้าน, กลไก: อัตโนมัติโครโนกราฟ ความเที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์

ฟังก์ชั่น
: จับเวลา 12 ชั่วโมง, แสดงวันที่

จุดเด่น
เป็นการนำนาฬิกา Speedmaster Mark II ที่เคยโด่งดังในอดีตกลับมาผลิตขึ้นใหม่อีกครั้งโดยมีการปรับโฉมให้ร่วมสมัยยิ่งขึ้น แต่โดยรวมก็ยังคงบุคลิกความเป็น Mark II ไว้อย่างเหนียวแน่น กลไกที่ใช้ในรุ่นนี้เป็นกลไกโครโนกราฟแบบขึ้นลานอัตโนมัติ โค-แอ็กเชียล ที่ผ่านการทดสอบความเที่ยงตรงระดับโครโนมิเตอร์จาก COSC เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ถ้าชอบนาฬิกาสไตล์วินเทจลุค ไม่น่าพลาดรุ่นนี้ครับ

 

 

 

ORIS Atelier Jumping Hour

 

Oris

ตัวเรือน: สตีล ขนาด 40.5 มิลลิเมตร, สาย: หนังลายจระเข้

หน้าปัด
: สีเงิน ลายกิโยเช่, กลไก: อัตโนมัติ

จุดเด่น
: นาฬิกาจาก ORIS รุ่นนี้มีจุดเด่นอยู่ที่การแสดงชั่วโมงซึ่งแปลกตาไปกว่านาฬิกา ORIS ทั่วไปที่จะใช้เข็มสั้นชี้บอกเวลาเหมือนกับนาฬิกาทั่วๆ ไป โดยคราวนี้มีการปรับเปลี่ยนให้มีความซับซ้อนยิ่งขึ้นด้วยการใช้จานดิสก์ขยับแบบครั้งละ 1 ชั่วโมงหรือที่เรียกกันว่าจั๊มปิ้งอาวร์ ในการแสดงตัวเลขชั่วโมงผ่านช่องหน้าต่างบนหน้าปัด ให้ความคลาสสิกและแตกต่างไปอีกแบบ

 

 

By: Viracharn T.