The man behind PARMIGIANI Fleurier, Michel Parmigiani, Part II

 

เรื่องราวของ PARMIGIANI Fleurier ที่เริ่มต้นจากงานการบูรณะนาฬิกาโบราณ จนกระทั่งมาถึงงานศิลปะและเครื่องบอกเวลาระดับสูงต่างๆ มากมายในปัจจุบัน ที่ไม่ได้มีเพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอก แต่ยังมีงานด้านกลไกระดับสูงต่างๆ มากมาย ที่ล้วนแล้วแต่เป็นผลงานระดับโลก ที่ผู้คนในวงการนาฬิกาต่างก็รู้จักกันดี

 

Parmigiani Fleurier Toric Heritage for Michel Parmigiani 70th Anniversary 2

 

ในปี 2005 ร่วมก่อตั้งโรงงาน Quadrance et Habillage ที่มีความชำนาญเป็นพิเศษในการผลิตหน้าปัด ทั้งเทคนิคแบบกิโยเช่ การเคลือบแบบกัลป์วานิคส์ การพิมพ์ และการแกะสลัก ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นความพิเศษของนาฬิกาแต่ละเรือน ที่จะมีความโดดเด่นที่แตกต่างกันออกไป

 

2005

 

ปี 2006 HERMÈS แบรนด์เครื่องหนังระดับโลกภายใต้การบริหารของ Sandoz Family Foundation เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ PARMIGIANI Fleurier เพื่อสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของวงการนาฬิการ่วมกัน โดยนาฬิกาของ PARMIGIANI Fleurier ทุกเรือนจะใช้สายหนังที่ผลิตจาก HERMÈS เท่านั้น

 

2006

 

ในปีเดียวกัน PARMIGIANI Fleurier เข้าเป็นสปอนเซอร์หลักของงาน International Hot Air Ballon ซึ่งจัดแสดงเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนมกราคมที่ชตาร์ด ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดย PARMIGIANI Fleurier ให้คำจำกัดความและสโกแกน สำหรับการร่วมจัดงานนี้ว่า “Time is Flying”

 

IMG 1265

 

ในปี 2007 นาฬิการุ่น Tonda Hémisphères ได้รับการแนะนำสู่ตลาด พร้อมความพิเศษจากฟังก์ชั่นดูอัลไทม์บนหน้าปัด โดยสามารถปรับตั้งแต่ละโซนเวลาทั้งชั่วโมงและนาทีได้อย่างอิสระ และถือเป็นนาฬิการุ่นแรกๆ ในตลาดที่มีความพิเศษนี้

 

2007

 

ในปีเดียวกัน PARMIGIANI Fleurier เข้าเป็นสปอนเซอร์หลักของงาน Montreux Jazz Festival ซึ่งเป็นการรวบรวมนักดนตรีแจ๊ซจากทั่วโลกมาพร้อมกัน และจัดเป็นประจำทุกปีที่มองเทรอซ์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยถือเป็นการหลอมรวมงานศิลปะด้านเครื่องแสดงเวลา และศิลปะทางด้านเสียงเพลงเข้าด้วยกัน

 

2008

 

ปี 2008 PARMIGIANI Fleurier แนะนำนาฬิการุ่น Tonda 42 Tourbillon ออกสู่ตลาด ซึ่งเป็นนาฬิกาที่มีกรงตูร์บิยองหมุนหนึ่งรอบใน 30 นาที ในขณะเดียวกันกับการแนะนำนาฬิกาสำหรับสุภาพสตรี Kalparisma Nova ที่ใช้ลักษณะของตัวเรือนแบบตอนโน ร่วมกันกับนาฬิกาในคอลเลคชั่น Kalpa

 

2010

 

ในปี 2010 PARMIGIANI Fleurier แนะนำนาฬิการุ่น Bugatti Super Sport ออกสู่ตลาด โดยมีความโดดเด่นในทุกมุมมอง กับกลไกในแบบเวอร์ติคัลอันเป็นเอกลักษณ์ของนาฬิการุ่นนี้ ซึ่งนอกจากความพิเศษภายนอกที่เห็นได้ทันทีแล้ว กลไกภายในยังได้รับการยอมรับถึงความสลับซับซ้อนและพิเศษสุดอีกด้วย

 

2011

 

ปี 2011 ในโอกาสการฉลองครบรอบ 60 ปีของ Michel Parmigiani นาฬิการุ่น Tonda 1950 จึงได้รับการแนะนำออกสู่ตลาด โดยมีชื่อปีจากปีเกิดของ Michel พร้อมรูปแบบความเพรียวบางของตัวเรือน โดยยังคงรูปแบบขาตัวเรือนทรงหยดน้ำเอาไว้ และหลอมรวมกันเข้ากับตัวเรือนได้อย่างน่าอัศจรรย์

 

2013

 

ในปี 2013 PARMIGIANI Fleurier ร่วมกับ LALIQUE แบรนด์เครื่องแก้วชั้นนำของโลก นำเสนอนาฬิกาตั้งโต๊ะเรือนพิเศษ ที่มีพลังสำรองลานนาน 15 วัน พร้อมกลไกสลับซับซ้อนซึ่งถือเป็นความงดงามในอีกรูปแบบหนึ่ง จากทั้งสองแบรนด์ที่ร่วมกันพัฒนาจนออกมาเป็นงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซนี้

 

2014

 

ปี 2014 นาฬิการุ่น Ovale Pantographe ได้รับการแนะนำสู่ตลาด ด้วยความพิเศษของตัวเรือนทรงรี และเข็มนาฬิกาที่สามารถยืดและหดกลับได้ อันเป็นผลพวงจากงานการบูรณะนาฬิกาโบราณ ที่ Michel เคยมีประสบการณ์มาก่อน นับเป็นงานศิลปะชั้นเลิศที่หาได้ยากยิ่งจากแบรนด์นาฬิการะดับสูงทั่วไป

 

2015

 

ในปี 2015 Tonda 1950 Tourbillon ได้รับการแนะนำสู่ตลาด กับรูปแบบนาฬิกาเดรสแนวหรูหรา ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยกลไกระดับสูงจาก PARMIGIANI Fleurier พร้อมกลไกแบบฟลายอิ้งตูร์บิยองชุดใหม่ ที่มีความเพรียวบางมากที่สุดในโลก สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของแบรนด์ ในการพัฒนาด้านกลไกระดับสูง

 

2017

 

และปี 2017 กับนาฬิการุ่น Bugatti Type 390 พร้อมรูปแบบหน้าปัดกึ่งสเกเลตัน ที่แปลกตาและมีกลไกสลับซับซ้อนอยู่ภายใน นอกจากนี้ยังมีการจดสิทธิบัตรความพิเศษของชุดกลไกถึง 4 ชุด และเป็นอีกครั้งที่ PARMIGIANI Fleurier พิสูจน์ถึงศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดของแบรนด์ในตลาดระดับโลก

 

PM2020