MAURICE LACROIX Aikon #Tide 'เพราะนี่คือสิ่งที่ทำให้ขยะในมหาสมุทรลดลง'

ปรากฏารณ์! MAURICE LACROIX เปิดตัวนาฬิกาด้วยสีสันและความสนุกที่สุดเท่าที่เคยมีมา ในแบบหลากหลายสีของ Aikon #Tide ที่ถูกสร้างขึ้นมาให้โดดเด่นในทันทีที่เห็น และเหนือสิ่งอื่นใด Aikon #Tide ยังมีส่วนช่วยให้มหาสมุทรสะอาดขึ้นอีกด้วย จากเทคโนโลยีการปฏิวัติขยะพลาสติกที่ถูกทิ้งลงมหาสมุทร ให้กลายเป็นนาฬิกาคุณภาพระดับสวิสในนามของ Aikon #Tide ที่เท่ห์พร้อมจิตสำนึกรักษ์ธรรมชาติ

 

839732 1125x1500

 

และเพราะนาฬิกาเรือนนี้คือ Aikon นาฬิกาจาก MAURICE LACROIX ที่เปิดตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2016 และยังเป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จอย่างไม่น่าเชื่อ ดังนั้นการเป็นเจ้าของนาฬิกา Aikon ในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่เพียงเป็นเจ้าของนาฬิกาที่ความแม่นยำสูง พร้อมรูปแบบอันน่าประทับใจ และการให้ความสะดวกสบายในการสวมใส่ที่ไม่ธรรมดา เหมือนกันกับนาฬิกาจาก MAURICE LACROIX ทุกรุ่น

 

Screen Shot 2565 03 26 at 00.05.58

 

Aikon #Tide มีลักษณะเดียวกันกับนาฬิการุ่นอื่นๆ ในตระกูล Aikon แต่จะประกอบขึ้นจาก #Tide พลาสติกอัพไซเคิลที่นำขึ้นมาจากมหาสมุทร เพื่อผนวกรวมกับเส้นใยแก้วอันเป็นวัสดุคอมโพสิท ที่มีค่าความแข็งแกร่งเป็นสองเท่าของพลาสติกตามมาตรฐานทั่วไป จะทำให้ #Tide มีความแข็งแกร่งและทนทานมากขึ้นกว่าเดิมอีกถึง 5 เท่า ทั้งยังมีปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ที่น้อยกว่าการผลิตขวดเพ็ท (PET) อีกด้วย

 

Screen Shot 2565 03 26 at 00.01.50

 

ขอบเบเซิล ตัวเรือน ฝาหลัง เม็ดมะยม และชุดล็อคของนาฬิการุ่นใหม่ ล้วนผลิตจากวัสดุคอมโพสิทชนิดใหม่นี้ โดยคำนวณได้คร่าวๆ ถึงปริมาณการใช้ขวดพลาสติก 17 ใบจากขยะในมหาสมุทร ในการนำมาอัพไซเคิลและสร้างเป็นนาฬิกาที่สวยงาม 1 เรือนพร้อมบรรจุภัณฑ์ที่ผ่านการออกแบบเป็นพิเศษ ที่ล้วนผลิตจากวัสดุ #Tide Ocean® 100% เพราะนี่เป็นข้อตกลงแบบวิน-วิน สำหรับมนุษย์และธรรมชาติ

 

Screen Shot 2565 03 26 at 00.16.12

 

ซึ่งนอกเหนือจากเฉดสีที่สดใสของตัวเรือนแล้ว หน้าปัดของนาฬิการุ่นนี้ยังประดับด้วยลวดลายแว็คดูจูร่า (Vague du Jura) ซึ่งสื่อถึงมหาสมุทรได้อย่างมีสไตล์ตามแบบของ MAURICE LACROIX โดยตัวเรือนจะมีขนาด 40 มิลลิเมตร และโดดเด่นด้วยกระจกแซฟไฟร์แบบแบนเรียบกับขอบเบเซิล ที่ช่วยทำให้สามารถอ่านค่าเวลาได้ง่ายยิ่งขึ้น พร้อมความเย้ายวนใจกับรุ่นมาร์กเกอร์แบบประดับเพชรอันเลอค่า
 
241148 1125x1500
 
นาฬิกา Aikon #Tide มีเม็ดมะยมแบบขันเกลียวแน่นพร้อมฝาหลังแบบเกลียวเช่นเดียวกัน เพื่อให้นาฬิการุ่นนี้มีความสามารถในการกันน้ำได้ 100 เมตรอย่างน่าประทับใจ นอกจากนี้ยังมีระบบอีซี่สแตร็ปเอ็กซ์เช้นจ์ (Easy Strap Exchange) ที่ช่วยให้ผู้สวมใส่สามารถเปลี่ยนสายสีสันต่างๆ ไปมาได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ พร้อมการทำงานด้วยกลไกควอท์ซที่สะดวก และมอบความเที่ยงตรงในการแสดงเวลาได้แบบมาตรฐาน
 
Screen Shot 2565 03 26 at 00.23.11
 
ดังนั้นนาฬิกา MAURICE LACROIX Aikon #Tide จึงถือเป็นนาฬิกาที่มีคุณภาพสูงในแทบทุกด้าน พร้อมการรับประกันถึง 5 ปีเต็มตามแบบฉบับของนาฬิกา Aikon สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนของธรรมชาติ พร้อมราคาค่าตัวที่เหมาะสมที่สุดสำหรับพวกเขา และแน่นอนว่ายังต้องมีสไตล์ที่โดดเด่นเป็นของตัวเอง และยังพร้อมเป็นรุ่นน้องของเหล่านาฬิกาในคอลเลคชั่น Aikon ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
 
Screen Shot 2565 03 26 at 00.17.41
 
MAURICE LACROIX ร่วมกับ #Tide ผู้เชี่ยวชาญด้าน 'ขยะพลาสติกที่อยู่ในมหาสมุทร' ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการมีส่วนทำให้มหาสมุทรสะอาดขึ้น โดยแบรนด์นาฬิกาสวิสนี้ได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรระยะยาวกับ #Tide เพื่อรวบรวมขวดพลาสติกจากทะเลรอบเกาะต่างๆ ในประเทศไทย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ พร้อมคำมั่นที่จะเก็บขวดพลาสติก เพื่อนำมาอัพไซเคิลให้ได้ถึง 10 ล้านขวดจากมหาสมุทร
 
Screen Shot 2565 03 26 at 00.20.44
 
นอกจากนี้โครงการนี้ยังให้การสนับสนุนทางการเงินด้านต่างๆ ที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นส่วนการสนับสนุนกิจกรรมการเก็บขยะพลาสติก การจ่ายค่าเรือหางยาวเพื่อกิจกรรม และโกดังเก็บขยะ ทั้งยังให้ทุนสนับสนุนโครงการด้านการศึกษา และเงินสนับสนุนอุปกรณ์ประเภทต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมนี้ เพราะขวดพลาสติกเหล่านี้จะต้องถูกคัดแยก หั่นเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ล้างและอัดให้แน่น
 
203527 all new maurice lacroix tide watches
 
จากนั้นจึงขนส่งไปยังโรงงานอัพไซเคิลของ #Tide โดยจะถูกอัดเป็นเม็ดเล็กๆ แล้วนำมาผสมกับสูตรพิเศษที่ไม่ขอเปิดเผย เพื่อทำให้เกิดเป็นพลาสติกรีไซเคิล ซึ่งในที่สุดก็จะกลายมาเป็นวัตถุดิบสำคัญในการใช้ผลิตนาฬิกา Aikon #Tide สีสันสดใสและน่ารัก ที่จะทำให้ทุกคนยิ้มได้อย่างมีความสุข โดยนาฬิการุ่นนี้มีการเปิดให้สั่งจองได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เพื่อพร้อมรับมอบวันแรกในวันอังคารที่ 5 เมษายน 2022 ณ ป๊อปอัพสโตร์ของ MAURICE LACROIX เกษรวิลเลจ พร้อมราคาจำหน่ายในประเทศไทยสำหรับรุ่นมาร์กเกอร์แบบปกติที่ 25,000 บาท และรุ่นมาร์กเกอร์แบบประดับเพชรที่ 35,000 บาท
 
 
Screen Shot 2565 03 26 at 00.29.03