กลไกอินเฮ้าส์อัตโนมัติคาลิเบอร์ 9SA5 ความสำเร็จครั้งล่าสุดจาก GRAND SEIKO

 

เพราะนอกเหนือจากความงดงาม ความสง่า และชวนให้หลงใหลของหน้าปัดแบบใหม่ในนาฬิกา Heritage Collection, Ref. SLGH005 แล้ว อีกหนึ่งความโดดเด่นก็คือ การติดตั้งกลไกอินเฮ้าส์อัตโนมัติรุ่นใหม่ที่มีชื่อคาลิเบอร์ว่า 9SA5 ที่มาพร้อมการทำงานในระดับความถี่ที่สูง และยังมีความสามารถของพลังสำรองลานได้ยาวนานถึง 80 ชั่วโมง อีกทั้งยังมีความทนทาน และความเที่ยงตรงในระดับสูงสุด สำหรับทุกสภาพการใช้งาน ซึ่งสิ่งที่อยู่เบื้องหลังความสามารถอันยอดเยี่ยมเช่นนี้ประกอบไปด้วยกันใน 4 ส่วนของชุดกลไก ซึ่งทาคูมิ (Takumi) หรือผู้ที่อุทิศตนให้กับการแสวงหาความยอดเยี่ยมในการเป็นช่างฝีมือระดับสูง อย่างเช่นความเพียรพยายามในการทำให้กลไกคาลิเบอร์ 9SA5 ชุดนี้มีพลังสำรองลานที่ยาวนานถึง 80 ชั่วโมง พร้อมระดับความเที่ยงตรงที่ +5 ถึง -3 วินาทีต่อวัน ซึ่งเป็นค่าที่ได้จากการทดสอบในแล็บของสตูดิโอชิซึกูอิชิ ในตัวเรือนที่ผลิตจากสตีลขนาด 40 มิลลิเมตร และมีความหนา 11.7 มิลลิเมตร

 

Screen Shot 2564 09 29 at 23.51.33

 

ซึ่งด้วยเป้าหมายในการสร้างให้เกิดความเที่ยงตรงและคงที่ในระยะเวลาที่ยาวนาน กลไกคาลิเบอร์ 9SA5 จึงใช้จักรกรอกรุ่นใหม่แบบฟรี-สปรังบาลานซ์มาใช้ ซึ่งถือเป็นชิ้นส่วนที่มีความสำคัญต่อความเที่ยงตรงของชุดกลไก โดยจักรกรอกทั่วไปจะประกอบด้วยตัวจักรและสปริงสายใย แต่สำหรับฟรี-สปรังบาลานซ์นั้น การควบคุมความเที่ยงตรงในการทำงานจะถูกปรับตั้งผ่านน็อตตัวเล็กๆ ที่เรียกว่าบาลานซ์สกรูว์ที่อยู่ในจักรกรอก นอกจากนั้นยังมีชุดที่ควบคุมการทำงานของจักรกรอก เพื่อขจัดความแตกต่างในเรื่องของความเที่ยงตรง ที่จะผันแปรไปตามปริมาณลานที่เหลืออยู่ในสปริงลาน โดยใช้การยึดปลายสปริงสายใยจักรกรอก ซึ่งเป็นจุดที่ทำให้เกิดการหมุนไป-มาของจักรกรอก และรวมชุดกับแกนเข้าด้วยกัน ซึ่งจะช่วยทำให้เกิดความสะดวกในการปรับแต่งจักรกรอกให้หมุนช้าหรือเร็วได้ดีขึ้น ซึ่งสำหรับสปริงสายใยจักรกรอกเอง ก็จะมีรูปแบบเฉพาะที่เรียกว่าโอเวอร์คอยล์ ที่ผ่านการทดสอบและจำลองการทำงานมามากกว่า 80,000 ครั้ง ก่อนที่จะมีการตัดสินใจนำมาใช้ ซึ่งรูปแบบใหม่นี้ถือเป็นสิ่งที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความคลาดเคลื่อน ในการทำงานอันจะส่งผลต่อความเที่ยงตรง ที่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งของนาฬิกาเมื่ออยู่บนข้อมือ

 

Screen Shot 2564 09 29 at 23.42.57

 

โดยปกติแล้ว จักรกรอกจะมีการแกว่งในระดับ 5-8 ครั้งต่อวินาที แต่สำหรับกลไกคาลิเบอร์ 9SA5 จะมีอัตราการแกว่งจะอยู่ที่ 10 ครั้งต่อวินาที ซึ่งถือเป็นการสั่นของจักรกรอกที่จะเกิดขึ้นในช่วงความเร็วสูง โดยจะมีส่วนในเรื่องของความต้านทานต่อแรงกระแทกที่สูงขึ้น พร้อมทั้งยังช่วยเพิ่มความเที่ยงตรงให้มากขึ้น โดยนอกจากนี้ยังมีการพัฒนาและปรับปรุงชุดเอสเคปเมนท์ ซึ่งสำหรับชุดเอสเคปเมนท์ทั่วไป กำลังจะถูกส่งผ่านจากสปริงลานไปยังจักรกรอก ผ่านทางเอสเคปเมนท์และพาเล็ทฟอร์ค ซึ่งผลที่ได้ก็คือการสูญเสียกำลังในระหว่างช่วงการส่งผ่าน ซึ่งสำหรับชุดดูอัลอิมพัลส์เอสเคปเมนท์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่นี้ จะมาพร้อมชุดควบคุมแรงหมุน ในการทำให้จักรกรอกเกิดการเคลื่อนตัว เพื่อไปดันชิ้นส่วนที่เรียกว่าพาเล็ทสโตน ซึ่งอยู่ตรงปลายของพาเล็ทฟอร์ค สำหรับการส่งกำลังโดยตรงจากเอสเคปเมนท์ไปยังจักรกรอก ดังนั้นกำลังที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนจักรกรอกจึงมาจาก 2 ทางคือทั้งทางตรงและทางอ้อม และไม่ทำให้เกิดการสูญเสียกำลังเหมือนในชุดกลไกทั่วไป

Screen Shot 2564 09 29 at 23.43.23

นอกจากนี้แหล่งกำลังของกลกไกก็คือ สปริงลานที่อยู่ด้านในของตลับลาน โดยแรงที่เกิดจากการคลายตัวของสปริงลานนั้น จะถูกเปลี่ยนไปเป็นแรงบิดที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนชุดเฟือง ซึ่งสำหรับชุดกลไกทั่วไปนั้นจะมีกำลังลานขับเคลื่อนอยู่ประมาณ 2 วันเมื่อสปริงลานถูกขึ้นลานจนเต็ม แต่สำหรับกลไกคาลิเบอร์ 9SA5 ถือเป็นความท้าทายครั้งใหม่ที่ขยายขอบเขตของพลังสำรองลานให้อยู่ในระดับ 80 ชั่วโมง โดยสปริงที่มีขนาดยาวขึ้นจะให้กำลังในการขับเคลื่อนกลไกที่ยาวนานขึ้นตามมา ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้ตลับลานที่ใหญ่ขึ้นด้วยเช่นกันในการเก็บสปริงลาน ซึ่งกลไกคาลิเบอร์ 9SA5 จะใช้ตลับลานคู่ มีตลับลานขนาดเล็ก 2 ชุดที่ช่วยลดปัญหาในเรื่องพื้นที่ติดตั้งที่จำกัด ซึ่งการผสมผสานของตลับลานคู่ และการปรับปรุงการส่งกำลังอย่างมีประสิทธิภาพของชุดดูอัลอิมพัลส์เอสเคปเมนท์นี้ ทำให้การทำงานตลอด 80 ชั่วโมงของชุดกลไก เต็มไปด้วยประสิทธิภาพและมีความต่อเนื่องในระดับที่สูงที่สุด

Screen Shot 2564 09 29 at 23.43.40

สุดท้ายคือความบางของชุดกลไก ที่ถือว่ามีความจำเป็นสำหรับการสร้างสรรค์นาฬิกาให้มีความสวยงาม และสะดวกสบายเวลาที่สวมใส่อยู่บนข้อมือ ซึ่งหากเป้าหมายจะมีเพียงแค่การผลิตนาฬิกาให้มีขนาดที่บางลงโดยไม่สนใจประเด็นอื่น ก็สามารถที่จะมองข้ามในเรื่องของความทนทานไปได้ทันที เพราะนั่นเท่ากับการที่สามารถใช้ชิ้นส่วนที่มีขนาดบางลง และลดประสิทธิภาพในเรื่องของการเสียดทานไปในทันที ซึ่งสำหรับ GRAND SEIKO ในกลไกคาลิเบอร์ 9SA5 นี้จะไม่มีการลดทอนประสิทธิภาพของกลไกลง ทั้งจะต้องมีระดับพลังสำรองลานที่ยาวนานในระดับ 80 ชั่วโมง รวมทั้งระดับความถี่ในการทำงานที่สูงถึง 10 ครั้งต่อวินาที และนี่คือสิ่งที่นำไปสู่การยกระดับการจัดวางของชุดเฟือง โดยชิ้นส่วนของเฟืองจะถูกวางเรียงเป็นระนาบเดียวกันเพื่อช่วยลดปัญหาการทับกันของชุดเฟือง ทั้งยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในระดับสูงสุด แม้จะอยู่บนพื้นที่จำกัด ซึ่งผลก็คือกลไกรุ่นใหม่นี้จะมีความบางลง 15% เมื่อเปรียบเทียบกับกับกลไกชุดเดิม ซึ่งทั้งหมดนี้คือการประสบความสำเร็จครั้งใหม่ของกลไกชุดล่าสุดจาก GRAND SEIKO