GRAND SEIKO กับหน้าปัดที่สะท้อนภาพของธรรมชาติจากวงปีต้นไม้ พร้อมคาลิเบอร์ชุดใหม่

 

GRAND SEIKO เปิดตัวนาฬิกากลไกที่มีความถี่สูง (Hi-Beat) รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมพื้นหน้าปัดที่รวมเส้นสายอันละเอียดอ่อน ซึ่งสะท้อนถึงธรรมชาติอันสลับซับซ้อนของวงปีในต้นไม้ นาฬิการุ่นนี้รังสรรค์ขึ้นเพื่อฉลองวาระครบรอบ 140 ปีของการก่อตั้งบริษัท และได้รับการตอบรับจากแฟนๆ ทั่วโลกเป็นอย่างสูง ด้วยแก่นแท้แห่งความงามบนพื้นหน้าปัด และเสน่ห์อันทรงพลังที่รวมไว้อยู่ในงานออกแบบ อันเป็นที่มาของการสร้างสรรค์เรือนเวลาใหม่ ด้วยการออกแบบหน้าปัดและตัวเรือนที่ทำงานด้วยกลไกสปริงไดร์ฟชุดใหม่ภายใต้รหัสคาลิเบอร์ 9RA2 ซึ่งนาฬิกาเรือนนี้ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกลไกสปริงไดร์ฟพร้อมพลังสำรองลานแบบ 5 อันในชื่อคาลิเบอร์ 9RA2 ซึ่งเป็นคาลิเบอร์ชุดใหม่จาก GRAND SEIKO ซึ่งสืบทอดคุณสมบัติด้านประสิทธิภาพอันยอดเยี่ยมทั้งหมดของกลไกสปริงไดร์ฟคาลิเบอร์ 9RA5 เดิมที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว เพื่อฉลองการครบรอบ 60 ปีของ GRAND SEIKO rพร้อมการตั้งค่าใหม่ของในเรื่องการเดินของเข็มนาฬิกา รวมทั้งกาารย้ายมาตรวัดพลังสำรองลานไปอยู่ด้านหลังของกลไก ที่ช่วยทำให้นาฬิกามีความเพรียวบางและหน้าปัดที่งามสง่ายิ่งขึ้น

 

Screen Shot 2564 09 08 at 22.39.58

 

เสน่ห์และความงามที่เรียบง่ายของกลไก ที่ได้รับการเปิดเผยเป็นครั้งแรกผ่านฝาหลังที่กรุกระจกแซฟไฟร์ และถ่ายทอดความงามในแบบญี่ปุ่นอันเปี่ยมเอกลักษณ์และมีชื่อเสียงของ GRAND SEIKO พร้อมพื้นผิวที่ละเอียดอ่อนของงานขัดแต่งบนกลไก สะท้อนถึงความเย็นยะเยือกที่ฤดูหนาวนำมาสู่เมืองชินชู ที่ซึ่งนาฬิกากลไกสปริงไดร์ฟทั้งหมดได้รับการผลิตขึ้น ลายเส้นบนสะพานจักรและขอบหลุมต่างๆ จะตัดด้วยเครื่องตัดจากเพชร เพื่อให้สะท้อนแสงจากทุกมุม รวมทั้งทับทิมและเข็มแสดงมาตรวัดพลังสำรองลานสีน้ำเงินที่เกิดจากการเผาด้วยความร้อน โดยกลไกสปริงไดร์ฟอันบางเฉียบที่มาพร้อมพลังสำรองลาน และความแข็งแกร่งภายใต้กลไกรหัสคาลิเบอร์ 9RA2 นี้ ทำให้นาฬิการุ่นใหม่มีความบางกว่านาฬิกากลไกสปริงไดร์ฟรุ่นอื่นๆ ที่เคยสร้างสรรค์มา โดยความบางของชุดกลไกมาจากการออกแบบใหม่ รวมทั้งการจัดวางตำแหน่งใหม่ของเมจิคลีเวอร์ โดยค่าออฟเซ็ตของเมจิคลีเวอร์ จะถูกติดตั้งให้มีลักษณะที่เยื้องศูนย์ เพื่อทำให้ส่วนประกอบในชิ้นส่วนนี้มีความหนาลดลง นอกจากนั้นการปรับแต่งชุดเข็มนาฬิกายังมีส่วนในการช่วยทำให้ภาพรวมของตัวนาฬิกา ดูมีความเพรียวบางลงด้วยเช่นกัน

 

Screen Shot 2564 09 08 at 22.39.05

 

แม้ว่าตัวกลไกจะมีความบางแต่ก็ได้รับการเสริมความแข็งแกร่ง และความทนทานต่อแรงกระแทกด้วยชุดเฟืองขับ เคลื่อนรูปแบบใหม่ที่มีลักษณะเยื้องไปทางด้านหน้า จากจุดกึ่งกลางของกลไกร่วมกับสะพานจักรกลางแบบชิ้นเดียว (One-Piece Center Bridge) ที่ยึดรวมชิ้นส่วนเหล่านี้ไว้ด้วยกัน โดยนอกจากนี้ยังประกอบไปด้วยตลับลาน 2 ชุดซึ่งมีขนาดใหญ่และเล็ก โดยให้พลังสำรองลานได้นานสูงถึง 120 ชั่วโมง ในอัตราความเที่ยงตรงอยู่ที่ระดับ +/-10 วินาทีต่อเดือน ที่มาจากการพัฒนาของไอซีแบบใหม่ที่มีการติดตั้งเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิไว้ในตัว และการเลือกใช้ผลึกควอท์ซที่มีอัตราการสั่นคงที่ในระดับสูงตลอดช่วง 3 เดือนของการทดสอบและคัดเลือก  เพื่อใช้เป็นออสซิลเลเตอร์แบบควอท์ซและเซ็นเซอร์วัดอุณหภูมิทั้งหมด ถูกปิดผนึกสุญญากาศไว้ในแพ็คเกจเดียว เพื่อขจัดความแตกต่างของอุณหภูมิเพียงเล็กน้อยระหว่างทั้งสององค์ประกอบ ในการรักษาความแม่นยำในการแสดงเวลาของนาฬิกาให้อยู่ในระดับสูงสุด โดยมีความสวยงามของหน้าปัด ที่สามารถสร้างสัมผัสแห่งความพึงพอใจเมื่อได้พบเห็น และยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงการนำความมีชีวิตชีวาที่นำมาสู่ตัวนาฬิกา

 

Screen Shot 2564 09 08 at 22.39.16

 

ตามหลักปรัชญา Nature of Time ของ GRAND SEIKO ที่ความแตกต่างของระดับความลึกในลวดลายที่อยู่บนหน้าปัดที่สามารถมองเห็นได้นั้น เผยให้เห็นถึงโทนสีเข้มและอ่อนของลายไม้ โดยโทนสีน้ำตาลของหน้าปัดจะเป็นการจับคู่อย่างลงตัวกับตัวเรือนที่ผลิตจากวัสดุโรสโกลด์ ที่ทำให้ตัวนาฬิกาสะท้อนถึงสัมผัสอ่อนโยนและอบอุ่น ตามแนวทางอันเป็นแก่นแท้ด้านการออกแบบของ GRAND SEIKO ที่นิยามไว้ตั้งแต่ปี 1967 ด้วยนาฬิการุ่น 44GS ที่โด่งดังและมีชื่อเสียง ทว่ามรดกของ 44GS ได้รับการผสมผสานกับความรู้สึกร่วมสมัย ที่แสดงออกถึงบุคลิกที่เงียบสงบแต่แข็งแกร่งของ GRAND SEIKO ได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมชุดเข็มอันทรงพลังและมาร์กเกอร์ที่มีการเซาะร่องให้เห็นอย่างเด่นชัด เพื่อช่วยให้การอ่านค่ามีความชัดเจนสูงสุด จากการขัดเงาแบบซารัทซึ (Zaratsu) ที่ให้ผิวเงาราวกับกระจก โดยปราศจากความผิดเพี้ยนของภาพสะท้อน รวมทั้งการตกแต่งด้วยลายริ้วบางราวเส้นผมที่ละเอียดอ่อน ทำให้ตัวเรือนเปล่งประกายและดูกลมกลืนอย่างงามสง่า ตามแบบฉบับดั้งเดิมของนาฬิกาทุกเรือนจาก GRAND SEIKO

 

Screen Shot 2564 09 08 at 22.40.27

 

เครื่องหมายรูปดาวจะประดับในตำแหน่ง 6 นาฬิกา เพื่อบ่งบอกว่าหลักชั่วโมงทุกตำแหน่งจะผลิตจากทองคำ เช่นเดียวกับตัวอักษร GS, กรอบแสดงวันที่ และบานพับล็อกสาย ซึ่งเข็มชั่วโมงขนาดใหญ่ ได้รับการออกแบบให้สอดรับกับหลักชั่วโมงเซาะร่อง และโดดเด่นอย่างลงตัว เพิ่มความชัดเจนในการอ่านค่าบนหน้าปัด โดยนาฬิการุ่นนี้จะผลิตในแบบจำนวนจำกัดเพียง 140 เรือนทั่วโลก และจะจัดจำหน่ายผ่านทางบูติคแบรนด์นาฬิกา GRAND SEIKO รวมทั้งตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับการคัดเลือกทั่วโลก และจะทำตลาดในเดือนพฤศจิกายน 2021 เป็นต้นไป โดยนาฬิกา GRAND SEIKO ใน Heritage Collection, Ref. SLGA008 พร้อมความเที่ยงตรงในระดับ +/- 0.5 วินาทีต่อวัน (+/-10 วินาทีต่อเดือน) และพลังสำรองลานนาน 5 วัน โดยมีกระจกแซฟไฟร์ทรงโค้งคู่พร้อมการเคลือบสารป้องกันแสงสะท้อน และมีความสามารถในการกันน้ำที่ระดับ 10 บาร์ พร้อมความสามารถในการป้องกันสนามแม่เหล็กไฟฟ้าที่ระดับ 4,800 แอมป์/เมตร ในตัวเรือนขนาด 40 มิลลิเมตร หนา 11.8 มิลลิเมตร ใช้งานกับสายหนังจระเข้ พร้อมบานพับแบบกดปุ่มคลายล็อค กับราคาจำหน่ายในประเทศไทยที่ 1,710,000 บาท

 

Screen Shot 2564 09 08 at 22.39.49